By C.Write

ห่างหายกับการดูภาพยนตร์ในโรงไปนานตั้งแต่ช่วงโควิด กว่าที่โรงหนังจะกลับมาเปิดให้คนเข้าดูได้ก็นานหลายเดือน รวมไปถึงเปิดมาแล้วก็ยังไม่ได้มีภาพยนตร์ระดับฟอร์มยักษ์ที่มาดึงดูดให้เราอยากไปดู ปีที่แล้ว Wonder Woman 1984 ที่เคยมีกำหนดว่าจะฉายตั้งแต่ปี 2019 แต่เลื่อนแล้วเลื่อนอีก จนสุดท้ายก็ไม่ไหวเข้าฉายช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งก็อย่างที่รู้กันว่ากระแสก็ไม่เปรี้ยงปร้างเท่าภาคแรก นั่นทำให้หลายๆค่ายก็ประกาศเลื่อนหนังชูโรงที่ถืออยู่ในมือออกไป ทั้ง Black Widow หรือ 007 No Time To Die ก็ถูกเลื่อนไป (แต่หวังว่าจะได้ดูกันในปีนี้นะ ขอร้องอยากดูแล้วจ้า)

กลับมาที่ดิสนีย์ปี 2021 นี้กลับมาพร้อมกับเจ้าหญิงคนใหม่? รึเปล่า? เจ้าหญิงแหละ กับ Raya and The Last Dragon ชื่อไทยก็ตรงตัวเลยครับ รายากับมังกรตัวสุดท้าย เรื่องราวของอาณาจักร “คูมันตรา” ดินแดนที่มังกรคอยช่วยปกป้องคุ้มครองให้เหล่ามนุษย์ดำรงชีวิตอยู่อย่างสงบสุขและอุดมสมบูรณ์ แต่แล้วก็มีปีศาจที่ชื่อว่า “ดรูน” กำเนิดขึ้นมาพร้อมกับเปลี่ยนให้เหล่ามนุษย์และมังกรกลายเป็นหิน มังกรตัวสุดท้ายได้ใช้ลูกแก้วที่ทรงพลังเพื่อทำให้มนุษย์กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่ดินแดนของมนุษย์ถูกแยกออกกลายเป็นหลายเผ่า ผ่านไป 500 ปี เกิดเหตุให้ดรูนถูกปลุกกลับมากลืนชีวิตมนุษย์อีกครั้ง “รายา” ลูกสาวแห่งหัวหน้าเผ่าหัวใจ จึงออกเดินทางเพื่อตามหาลูกแก้วและมังกรตัวสุดท้ายที่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่เพื่อกอบกู้อาณาจักรคูมันตราให้กลับเป็นหนึ่งอีกครั้ง

Storyline

แอนิเมชันของดิสนีย์ทุกเรื่องทุกคนต่างรู้ว่าเริ่มต้นด้วยการสร้างฝ่ายร้ายที่ต่อสู้กับฝ่ายดีแบบขาวดำค่อนข้างจะชัดเจน และจบแบบ Happily Ever After ทุกเรื่องแบบที่ทุกคนรู้กัน แต่สิ่งที่ทุกคนรู้ว่าจะได้จากหนังดิสนีย์ทุกเรื่องก็คือความอบอุ่นของเรื่องราวที่ประทับใจ ความผูกพัน สายใยระหว่างครอบครัวและเพื่อน ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆเติบโตขึ้นผ่านการเดินทางของตัวเอก หนังยังมีมุกตลกน่ารักๆที่มีให้อมยิ้มและหัวเราะดังๆกันตลอดทั้งเรื่อง และคุณจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายของอาเซียนอยู่เต็มๆเรื่อง ถือเป็นหนังที่ดิสนีย์พยายามจะรุกเปิดตลาดเข้าสู่เอเชียอย่างแท้จริงหลังจากที่มู่หลานได้กรุยทางเข้ามาทางจีนเรียบร้อยแล้ว

Character

ตัวละครแต่ละตัวถือว่าออกแบบมาได้น่ารักตามมาตรฐานของดิสนีย์ ตัวรายาก็เข้มแข็ง เปี่ยมด้วยความสามารถรอบด้านแบบที่เป็นตัวแทนของสาวในยุคใหม่ที่ไม่ต้องมีผู้ชายช่วยก็เอาตัวรอดได้อย่างแท้จริง ส่วนพรรคพวกของรายาก็น่ารัก ตั้งแต่เจ้าตัวนิ่มยักษ์ชื่อ ตุ๊กตุ๊ก ก็ออกแบบมาได้น่ารัก (ตอนขับเจ้าตุ๊กตุ๊กก็มีใช้พวงมาลัยแบบสามล้อบ้านเราเลย) ส่วนตัวร้ายก็ออกแบบมาดูเท่ ตัวละครของแต่ละชนเผ่าก็จะมีลักษณะและบุคลิกที่แตกต่างกันตามพื้นที่ที่อาศัยอยู่ถือว่าคิดมาดี อันนี้ต้องยกเครดิตให้ทีมงานที่เป็นคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เยอะด้วย เลยขับเอาวิธีคิดหลายๆอย่างที่ค่อนข้างจะต่างกับฝั่งยุโรปหรืออเมริกาถ่ายทอดออกมาผ่านตัวละครได้เป็นอย่างดี ที่เสียดายก็คือตัวละครบางตัวแอบอยากรู้ที่มาที่ไปมากกว่านี้ บางตัวก็ค่อนข้างสำคัญแต่เราไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขาเท่าไหร่ แต่ถ้าข้ามเรื่องนี้ไปก็ถือว่าทำได้เยี่ยมเลย

Art Direction

หนังเรื่องนี้ได้อิทธิพลในการออกแบบตัวละคร สถานที่และวัฒนธรรมของชนเผ่าต่างๆมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชื่อตัวละครอย่าง ตุ๊กตุ๊ก บุญ ทอง ชัย น้อย นี่ฟังแล้วนึกถึงคนไทยสมัยก่อนที่มักจะตั้งชื่อพยางค์เดียว เราจะได้เห็นวัฒนธรรมการไหว้บูชาเทพเจ้า แถมอาณาจักรของแต่ละชนเผ่าที่อยู่ติดกับแม่น้ำ ภาพตลาดน้ำ รวมไปถึงบ้านเรือนต่างๆ ปราสาทที่มีลักษณะคล้ายกับวัด เพลงประกอบที่มีเสียงเหล็กเสียงระฆังเบาๆได้ยินแล้วเหมือนกำลังเดินหยอดเหรียญทำบุญวันเกิดอยู่ที่วัด คอสตูมของตัวละครในเรื่อง รวมไปถึงอาหารที่ก็โซ้ยสิ่งที่ดูเหมือนต้มยำกุ้งกันหลายครั้ง ถ้าลองสังเกตฉากต่อสู้นี่ก็มีกลิ่นของมวยไทยด้วยนะ ทุกครั้งที่เห็นดีเทลหรือชื่อที่ดูไทยๆก็อดอมยิ้มไม่ได้ ซีนที่ชอบมากๆอีกอย่างก็คือ ตอนที่เล่านิทานหรือตำนาน ออกแบบมาได้ดีและสวยมากๆเลยต้องลองไปดูกันเอง

งาน CG

ระดับดิสนีย์ไม่ต้องพูดถึงอยู่แล้ว บอกเลยว่าสวย สวยมาก สวยมากกกกกกกก ขนของมังกรการขยับตัวช่างพริ้วไหวมากๆอยากจะโผเข้าไปกอด ตัวดรูนที่เป็นปีศาจก็สวยดีนะ ฉากที่เล่นผ่านแม่น้ำกลางหุบเขาเห็นแล้วตกใจคิดว่าของจริงคือรู้สึกเลยว่าดิสนีย์ยกระดับการทำแอนิเมชันขึ้นไปอีกขั้นนึงแล้ว ถ้าลองสังเกตพวกชาวบ้านที่อยู่รอบๆ ข้าวของที่วางอยู่ตรงแบคกราวน์ ถึงจะไม่เด่นแต่ต้องบอกเลยว่าเก็บดีเทลได้ดีมากๆ เราจะเห็นทั้งวัฒนธรรมทั้งความใส่ใจที่ดิสนีย์ซ่อนไว้ แอบเห็นมาว่ามีน้องดันเต้ หมาจากเรื่อง Coco โผล่มาด้วย ลองไปหากันดูนะครับว่าโผล่มาในฉากไหน

สรุป

ควรค่าแก่การปิดซีรีส์และลุกออกไปดูมากๆครับ ได้ความสนุกและความประทับใจ บางฉากก็มีแอบเรียกน้ำตาได้เหมือนกันนะ จริงๆติ่งดิสนีย์แบบผมแอบเสียดายคิดว่าจะมีร้องเพลงอะไรสักหน่อย แต่ถึงไม่มีเพลงหนังก็เต็มไปด้วยฉากแอคชั่นผจญภัยที่ดูสนุกตื่นเต้น ฉากต่อสู้แบบโชว์ Martial Art ทั้งใช้อาวุธและมือเปล่ามีให้เห็นตลอด เรียกได้ว่าครบรสทั้งสุข หัวเราะ เศร้า ตื่นเต้น อบอุ่น เต็มอิ่มทุกอารมณ์เลยครับ

เกร็ดเพิ่มเติม

  • รายานับเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์คนที่ 13 ต่อจากโมอาน่า
  • “รายา” เป็นคำในภาษามาเล แปลว่า การเฉลิมฉลอง
  • ผู้ให้เสียงรายาในเรื่อง คือ Kelly Marie Tran อาจจะไม่คุ้นกับชื่อ แต่เธอคือคนที่รับบทเป็นโรส สาวช่างซ่อมยานใน Star Wars ชุดไตรภาคล่าสุด
  • มีคนไทยรับผิดชอบเป็น Head of Story หรือหัวหน้าทีมเขียนเนื้อเรื่อง คือ คุณฝน ประสานสุข วีระสุนทร โดยเธอเคยมีส่วนร่วมในการสร้างหนังแอนิเมชันดิสนีย์มาเยอะทั้ง Frozen และ Moana นอกจากนี้ในทีมเขียนบทก็ยังมีทั้งคนมาเลเซียและเวียดนาม ทำให้ถ่ายทอดความคิดของคนอาเซียนได้เป็นอย่างดี
  • มังกรในเรื่องได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก “นาคา” หรือที่บ้านเราเรียกว่า “พญานาค”
  • รายาถูกสร้างขึ้นระหว่างช่วงโควิดทำให้การอัดเสียงต้องใช้วิธีอัดจากทางไกล นักพากษ์แต่ละคนต้องสร้างสถานที่อัดเอาเองที่บ้านหรือต้องหาสถานที่เงียบๆอัด บางคนต้องอัดเสียงในตู้เสื้อผ้าเพื่อได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุด