หากใครได้ชมภาพยนตร์ซีรีส์ The Crown ซีซั่น 3 ตอนแรกคงจะรู้จักคุ้นกับเหตุการณ์การค้นพบสายลับโซเวียตแทรกซึมอยู่ในสังคมชั้นสูงของอังกฤษ เหตุการณ์การค้นพบสายลับแปรพักตร์ครั้งนี้เรียกว่า “Cambridge 5” ถือเป็นความหายนะครั้งใหญ่สุดของหน่วยข่าวกรองอังกฤษ และเป็นข่าวโด่งดังสุด ๆ หากผู้อ่านเคยติดตามอ่านนวนิยายสืบสวนสอบสวนประเภทสายลับจะต้องคุ้นเคยกับคำว่า Cambridge 5 อย่างแน่นอน

แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ บทความนี้จะเล่าถึงคนวงในที่สุดท้ายกลายเป็นคนที่ไม่น่าไว้ใจที่สุดให้ฟัง

Cambridge 5 นั้น ไม่ใช่ชื่อปฏิบัติการสายลับบันลือโลกแต่อย่างใด แต่เป็นชื่อของกลุ่มสายลับคนอังกฤษแท้ ๆ ที่ดันทำงานให้กับหน่วยข่าวกรองของสหภาพโซเวียตจำนวน 5 คน ซึ่งทั้ง 5 คนนี้ จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Cambridge (Trinity College) ในช่วงยุคปี 1930 แน่นอนทั้ง 5 คนทำงานให้กับสหภาพโซเวียตตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผ่านข้อมูลมาอย่างยาวนาน ตอนแรกก็รบกับพวกนาซีและช่วยสหภาพโซเวียต พอสงครามโลกครั้งที่ 2 จบสิ้น ก็หันมาช่วยเหลือสหภาพโซเวียตในสงครามเย็นต่อ โดยมีผู้ดูแล (และผู้ควบคุมอีกนัย) เป็นคนโซเวียต

นอกจากทั้ง 5 คนจะเป็นคนอังกฤษแล้ว ยังมีความเหมือนกันคือ เป็นชนชั้นสูงการศึกษาดีทั้งหมดอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังมีฐานะไม่ใช่คนยากจนกเฬวรากแต่อย่างใด แต่อยู่ในแวดวงชนชั้นสูง เพียงทว่าแนวคิดทางการเมืองของพวกเขาเอียงไปทางสังคมนิยมคอมมิวนิสต์

สุดท้ายจึงไม่ยากเลยที่พวกเขาจะถูกเกณฑ์ไปทำงานรับใช้องค์กรสายลับของโซเวียต โดยทีผู้ดูแลเป็นสายลับจริง ๆ สัญชาติโซเวียตที่ทำงานในอังกฤษคอยคุ้มครอง และรับมอบเอกสารสำคัญทางงานจารกรรมกลับไปที่โซเวียต

และทั้ง 5 คนนั้นประกอบด้วย

1. Donald Maclean รหัสลับ Homer เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ ตำแหน่งสุดท้ายคือ อยู่แผนกอเมริกัน ผู้ส่งข้อมูลให้กับโซเวียตว่า แผนการมาร์แชลที่อเมริกาคิดค้นออกแบบมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อให้ยุโรปได้ฟื้นตัวจากความหายนะ โดยเป็นการกู้ยืมเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำ แต่อีกมุมหนึ่งนั้น มันก็เป็นความพยายามที่มีเป้าหมายของอเมริกาในการครอบงำเศรษฐกิจยุโรป ต่อมาหน่วยข่าวกรองอเมริกาพบว่าแกทำงานให้โซเวียต พี่แกจึงหนีและลี้ภัยพร้อมกับสายลับคนที่ 2 ไปอยู่โซเวียตตายที่นั่น ผลจากการทำงานเป็นสายลับสองหน้ามีผลให้แกดื่มจัดและส่งผลต่อสุขภาพในเวลาต่อมา

2. Guy Burgess รหัสลับ Hicks ทำงานในกระทรวงต่างประเทศ ข้องเกี่ยวกับอเมริกา ลี้ภัยพร้อม Maclean แกคือผู้ส่งข้อมูลแผนการมาร์แชล ยุทธศาสตร์นาโต้ สุดท้ายพอลี้ภัยก็หันมาพึ่งเหล้าจนติด ปัญหาสำคัญคือแกไม่อาจเปิดเผยคู่รักได้ เพราะแกเป็นเกย์ ซึ่งสมัยนั้นไม่อาจเปิดเผยรสนิยมนี้ได้

3.Kim Philby (รหัสลับว่า Stanley) คนนี้ดังหน่อย ออกจากMI6 หลังถูกกล่าวหาว่าทำงานเป็นสายลับสองหน้า แกเลยลาออกมาทำงานเป็นนักข่าว จนข้อกล่าวหาถูกเคลียร์โดยรมต.ต่างประเทศ แถมพี่ Kim ยังแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ว่า

“ผมไม่เคยเป็นคอมมิวนิสต์”

จึงถูกจ้างให้ทำงานให้กับ MI6 อีกครั้ง สุดท้ายมีสายลับโซเวียตมอบตัวต่ออเมริกาและมอบข้อมูลว่า เฮีย Kim เป็นสายลับสองหน้าจริง ๆ ตอนนั้นแกทำงานในเบรุต เป็นนักข่าวและสายลับด้วย ทางอังกฤษล้มเหลวในการคุมตัว (จนถูกวิจารณ์หนักมากจากสื่อในประเทศ) ปล่อยแกหนีไปลี้ภัยในโซเวียตได้ มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองดูแลในบ้าน ที่จริงไม่ใช่ดูแล แต่เขากลัวแกหนีกลับไปอังกฤษอีกครั้งต่างหาก

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้อังกฤษสงสัยว่า มีสายลับคนที่ 4 ช่วยส่งข่าวให้Kim หนีไปได้ นั่นจึงนำไปสู่การจับกุมคนที่ 4

นั่นก็คือ Anthony Blunt รหัสลับ Tony, Johnson เป็นศาสตราจารย์ทางงานศิลปะ ใกล้ชิดกับควีนเอลิซาเบธที่ 2 (คนที่ปรากฎในซีรีส์The Crown ซีซั่น 3 ตอนแรกนันแหละครับ) เพราะดูแลเรื่องภาพวาดศิลปะ มากาเร็ต แธชเชอร์ นายกรัฐมนตรีเป็นคนออกมาเผยข้อมูลหลังผ่านไป 15 ปีว่า แกเป็นสายลับ ตอนนั้นเป็นท่านเซอร์ด้วย เลยโดนถอดยศ ไม่ได้ลี้ภัยไปโซเวียต เพราะโดนจับก่อน (พี่แกเป็นเกย์ด้วย ซึ่งในอังกฤษตอนนั้นถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย) ที่สำคัญมีความเป็นไปได้ว่า มีบุคคลบางคนก็ล่วงรู้ว่าแกทำงานให้โซเวียตมานาน แน่นอนความแตกจากอเมริกาค้นพบข้อมูล แกจึงให้การรับสารภาพ ประกอบกับข้อสงสัยว่าแกน่าจะเป็นสายลับสองหน้า เพราะจบจาก Cambridge รุ่นไล่เลี่ยกับสายลับก่อนหน้านั้นที่ลี้ภัยกันไปบ้างแล้ว เรียกว่าพอสามคนแรกลี้ภัยไปโซเวียต ทางการอังกฤษจึงไล่สอบสวนคนที่จบจากมหาวิทยาลัยนี้กันหมด

สำหรับการออกมายอมรับของหน่วยงานอังกฤษว่ามีสายลับคนที่ 4 นั้น ไม่ใช่เพราะว่าเรื่องมันผ่านไปนานแล้วเลยอยากเปิดเผย แต่เป็นเพราะมีนักข่าวไปแกะข่าวมาจนได้ นายกฯอังกฤษเลยต้องเปิดเผยต่างหาก Bluntได้รับความคุ้มครองจากอัยการเพราะเผยข้อมูลสายลับสองหน้าในอังกฤษ อย่างน้อยก็ยังได้ตายในแผ่นดินเกิด

เหตุการณ์ค้นพบสายลับสองหน้า 4 คนที่ทำงานรัสเซียนั้นเกิดขึ้นในยุค 1950 ไล่ไปจนถึงยุค 1960 เดิมทีสื่อมวลชนอังกฤษเรียกความหายนะครั้งนี้ว่า Cambridge 4 แต่ต่อมาผ่านไปเกือบ 10 กว่าปี จึงได้ฤกษ์เปลี่ยนชื่อเป็น Cambridge 5 เมื่อทางการออกมาเปิดเผยว่า มีสายลับสองหน้าที่ทำงานให้โซเวียตคนที่ 5 ซึ่งข้องเกี่ยวกับการจบมหาวิทยาลัย Cambridge ด้วย

สำหรับคนที่ 5. คนนี้น่าสนใจ เพราะกว่าจะได้รับการยืนยันก็นานเหลือเกินแต่ก็ยังชวนสงสัยอยู่นั่นคือ John Cairncross เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเอกสารจาก Burgess ว่า Cairncross เกี่ยวข้องทำหน้าที่ส่งข้อมูลระเบิดนิวเคลียร์ให้โซเวียต แกถูกกล่าวหาและถูกสอบสวนจนรับสารภาพว่าเป็นสายลับสองหน้า ที่จริงแล้ว Cairncross นั้น มีฐานะต่างจากทั้ง 4 คน คือไม่ใช่ชนชั้นสูง ออกจากกระฏุมพีด้วยซ้ำ มีความเหมือนแค่จบ Cambridge มาเหมือนกัน ที่สำคัญแกไม่รู้ด้วยซ้ำว่า Kim Philby ทำงานให้โซเวียตด้วย จึงยังคงตระหนักอยู่ว่าจะนับแกเป็น Cambridge 5 ดีไหม แม้สายลับโซเวียตจะยันว่าแกอยู่ในวงด้วยในปี 1990 แต่ก็ยังไม่ชัวร์ต่อไป

Cairncross เพียงถูกไล่ออกจากราชการ ไปทำงานยูเอ็น และตายในอังกฤษ แน่นอนว่าถึงบรรทัดนี้ต้องมีคนสงสัยว่ามันจะมีสายลับคนที่ 6 คนที่ 7 อีกไหม เรื่องราวยังคงเป็นปริศนาแต่ก็จบลงที่ 5 คนนี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วกับความหายนะของอังกฤษในครั้งนี้

ทั้งนี้แม้จะมีสายลับสองหน้าในอังกฤษช่วงสงครามเย็นพอสมควร แต่ก็ไม่โด่งดังเท่ากลุ่มนี้ เพราะพวกเขาคือคนวงใน คนชนชั้นสูง มีเงิน มีชีวิตที่อยู่สบาย มีเพื่อนที่เป็นอีลิทในสังคมอังกฤษ แต่อุดมการณ์ทางการเมืองผลักดันพวกเขาไป สู้เพื่อสิ่งที่เขาเชื่อว่าถูกต้อง ดังนั้นโลกของจารกรรมยังคงเป็นความลับที่น่าค้นหาและไม่น่าเชื่อในการวางแผนลวงหลอกลับ ๆ ล่อ ๆ กันขนาดนี้

และที่สำคัญไม่ใช่ครั้งแรกที่รัสเซียหยามอังกฤษ และก็คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองประเทศจะห่ำหั่นกัน มันคงจะลึกซึ้งและนิ่งเงียบในโลกแห่งสายลับอาจมีการเอาคืนกันอย่างเงียบ ๆ ลับ ๆ แต่ดังก้องในโลกของสายลับข่าวกรองกันเลยทีเดียว

สุดท้ายนี้ทางโซเวียตตั้งชื่อให้กับสายลับสองหน้า Cambridge 5 ไว้ว่า “Magnificent Five”

แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ความงดงามทั้ง 5 ฟังแล้วอังกฤษคงเจ็บกระดองใจเสียจริง ๆ

-T-