จอน สมิธ

ปล่อยออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับเพลง ‘Ice Cream ผลงานใหม่ล่าสุดของ BLACKPINK ที่ได้ร่วมงานกับ Selena Gomez นักร้องและนักแสดงสาวชาวอเมริกัน ถือเป็นครั้งที่สองที่ BLACKPINK ได้ร่วมงานกับศิลปินอื่นโดยก่อนหน้านี้ เคยร่วมงานกับ Dua Lipa มาแล้วกับเพลง Kiss and Make Up ซึ่งได้รับกระแสตอบรับจากแฟนเพลงอย่างล้นหลามถือเป็นความสำเร็จของ BLACKPINK กับการสร้างผลงานเพลงให้เป็นที่ประจักษ์แกชาวโลกขึ้นไปอีกขั้น

อย่างไรก็ดีสำหรับเพลง Kiss and Make Up เป็นเพียงซิงเกิ้ลหนึ่งในอัลบั้ม Dua Lipa ซึ่งไม่มีมิวสิควีดีโอแต่เมื่อมาถึงเพลง ‘Ice Cream ซึ่งมี BLACKPINK เป็นแม่งานหลักมีการโปรโมทอย่างมืออาชีพประกอบกับก่อนหน้านี้เพิ่งเปิดตัวเพลงใหม่เพลงแรกไปแล้วคือเพลง How You Like That ซึ่งสร้างปรากฏการณ์มากมายพร้อมทั้งทุบสถิติทุกอย่างแบบกระจุยกระจายชนิดที่ไร้ข้อกังขาใด ๆ

สำหรับเพลง ‘Ice Cream ถูกปล่อยให้ฟังบนทุกแพลตฟอร์มพร้อมกันทั่วโลกเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 สิงหาคม สิ่งที่น่าจับตามองสำหรับกระแสตอบรับนั้นคงไม่มีสิ่งใดน่ากังวลหากแต่เป็นสถิติต่าง ๆ ต่างหากที่คนทั่วทั้งโลกจับตามองเนื่องจาก BLACKPINK มีมาตรฐานสูงและมีฐานแฟนคลับอยู่ทั่วโลก

พาร์ทดนตรี
หลังจากเพลงถูกปล่อยลงสู่แพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง YouTube เพียง 1 ชั่วโมงแรกยอดวิวพุ่งขึ้นเกือบ 5 แสนวิว สีสันในมิวสิควิดีโอแน่นอนว่าสดใสตามสไตล์ยุค 90 คุมโทนสีตามฟิลลิ่งของท่อนเพลง ส่วนของดนตรีนั้นเดินจังหวะแบบเบรคดาวน์ตามสไตล์ฮิปฮอปแต่ถูกคลุมด้วยซาวด์ที่สว่างสดใสทำให้ฟังง่ายไม่หนักหน่วงเกินไปทำให้ได้จังหว่ะที่ผู้ฟังโยกหัวตามพร้อมกับชื่นชมความน่ารักสดใสของสาว ๆ ทั้ง 5 คนได้อย่างเพลิดเพลิน ส่วนการวางทำนองของเพลงนี้ผู้ฟังจะไม่รู้สึกถึงการรอคอยความพีคของเพลงเนื่องจากเพลงนี้ออกแบบให้มีความสมดุลทุกท่อนเพลงเพื่อดึงให้ผู้ฟังอยู่กับเพลงจนจบ 3.03 นาที แบบรู้สึกว่าพีคทั้งเพลงพีคทุกท่อนที่ศิลปินถ่ายทอดออกมากว่าจะรู้ตัวเพลงนี้ก็ได้จบลงไปแล้ว

หลังจากพาร์ทดนตรีแล้วในส่วนของท่อนร้องและเสียงร้องถูกโปรดิวเซอร์วางห้องอย่างปราณีตเปิดด้วยเสียงร้องของ Selena Gomez เป็นสำเนียงอังกฤษโดยธรรมชาติเมโลดี้ค่อนข้างเร็วและขึ้นสูงด้วยเสียงหลบส่งเข้าท่อนแร็ปของลิซ่าประกอบกับซาวด์ดนตรีเพิ่มโน้ตจังหว่ะเข้ามาก่อนจะสลับมาที่เจนนี่ที่ร้องทำนองเดียวกับเซเลนา ถึงเสียงของทั้งสองจะมีโทนใกล้เคียงกันแต่เสียงของเจนนี่แข็งแรงกว่าตามสไตล์

แล้ววนกลับไปที่แร็ปของลิซ่าเป็นการย้ำอารมณ์ความสนุกทำให้ท่อนเริ่มของเพลงนี้ลงตัวน่าตื่นเต้นน่าและติดตามยิ่งขึ้นก่อนจะส่งไปสู่ท่อนของโรเซ่ที่มีตำแหน่งเสียงอันเป็นเอกลักษณ์มาก ๆ ซึ่งจะตัดทุกอย่างที่เริ่มมาออกไปด้วยสำเนียงเฉพาะตัวที่พริ้วไหว โดยเพลงจะดำเนินไปถึงท่อนพักคือท่อนที่เน้นย้ำคำว่า ‘Ice Cream ซึ่งเป็นชื่อเพลงนั้นเองแล้วหลังจากนี้ไม่นานเราจะได้ยินเสียงของจีซูที่ได้ท่อนค่อนข้างเด่นเล็กน้อยจากการตัดเสียงชิ้นดนตรีออกไปบางชิ้นซึ่งเพลงนี้ใช้ภาษาอังกฤษทั้งเพลงอาจเป็นข้อจำกัดของจีซู ตามด้วยซีนของเจนนี่ที่แม้เพลงนี้จะไม่ได้แร็ปเป็นเรื่องเป็นราวแต่ยังไว้ลายด้วยการใช้เทคนิคมิ้วส์โน้ตตัดคำให้สั้นด้วยความเร็ว กลับมาที่จีซูโปรดิวเซอร์ได้ชดเชยซีนโดยให้ท่อน ‘Ice Cream ที่มีความยาวพอสมควรพร้อมทั้งโคลสอัพหน้าชัด ๆ ก่อนส่งเข้าท่อนแร็ปของลิซ่าแบบสวย ๆ

หลังจากล่องลอยไปกับเสียงเพลงอยู่นานก็มาถึงท่อนที่ทุกคนรอคอยและลิซ่าไม่เคยทำให้แฟนเพลงผิดหวัง มันเป็นท่อนแร็ปเต็ม ๆ ถึง 2 พาร์ทดนตรีความยาว 24 วินาที อัดเทคนิคการแร็ปแบบเอกลักษณ์เฉพาะตัวของลิซ่าทั้งการไหลยาวลมเดียวและมิ้วส์โน้ต ด้วยความยาวและความเร็วบวกกับลุคเท่ ๆ บนความสวยใสของลิซ่าทำให้แร็ปสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ก่อนจะส่งเข้าสู่ท่อนท้ายของเพลงเป็นร้องประสานเสียงคีย์เดียวกันโดยยูนิซันคำร้องพร้อมกับเมโลดี้ดนตรีเสียงผิวปากฟังแล้วรู้สึกถึงความสดชื่นเหมือนได้ทานไอศกรีมไปพร้อมกับสาว ๆ ทั้ง 5 คนก่อนจะสิ้นประโยคสุดท้าย ‘Ice Cream ของเจนนี่ส่งเพลงจบไปอย่างอิ่มเอมใจ

ความตื่นเต้นที่รออยู่
สำหรับปีนี้นี่เพิ่งเป็นผลงานเพลงที่ 2 ของ BLACKPINK เท่านั้นยังมีอีกหลายเพลงให้บลิ๊งค์คอยติดตามกันจากการร่วมงานกันระหว่าง BLACKPINK และ Selena Gomez นั้น คาดว่าจะทำให้แฟนเพลงของทั้งสองหันมาติดตามผลงานของคู่ฟรีสเจอริ่งมากขึ้นเป็นการขยายฐานแฟนคลับขึ้นไปอีก ในส่วนของมาตรฐาน BLACKPINK ถือว่าค้างฟ้าไปแล้วนับจากอัลบั้มแรกที่ออกมาจนถึงวันนี้มีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องและเชื่อเหลือเกินว่าจะยังพัฒนาต่อไปไกลจนยากจะจินตนาการถึงได้