คดีสะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา15.20น. วันที่18กุมภาพันธ์ ตำรวจสน.พญาไทรับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายใน ดิ ไอคอน คลีนิก เวชกรรม ชั้น4 ของห้างเซนจูรี่ พลาซ่า พญาไท ขณะนี้รับแจ้งว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง1 ราย ชื่อน.ส.ปิยานุช ฉัตรไทย อายุ28 ปีและมีหญิงบาดเจ็บ1รายถูกลูกหลงจากกระสุนนำส่งรพ.พญาไท2 ทราบชื่อน.ส.วิลาสินี ทีปั่น อายุ31ปี คนนครนายก

ทั้งนี้มีพยานเห็นคนร้ายเป็นชาย ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำและสืบสวนคดีดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายเป็นอดีตคนรักผู้ตายน่าจะก่อเหตุเพราะหึงหวงหรือมีเรื่องชู้สาว โดยใช้ปืนขนาด .45 มม. ปลอกกระสนตกอยู่ในที่เกิดเหตุ4-5ปลอก โดยผู้ตายพึ่งจะหย่ากับแฟนหนุ่มที่คบกันมา10ปี ในวันที่11กุมภาพันธ์นี่เอง

ทั้งนี้ทางห้างได้กันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากจุดเกิดเหตุแล้ว เบื้องต้น ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือ นายดนุสรณ์​ นิ่มเจริญ​ อดีตสามี โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตายนั่งทำงานตามปกติ​ อดีตสามีเปิดประตูร้าน​ แล้วใช้อาวุธปืนยิงทันที

ด้านพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.เปิดเผยว่า สำหรับสาเหตุของการก่อเหตุนั้นน่าจะมาจากปัญหาส่วนตัว โดยผู้ที่ก่อเหตุนั้นคืออดีตสามีของผู้ตาย ที่คบหากันมานานกว่า 10 ปี มีบุตรด้วยกัน 1 คน ก่อนจะมาเลิกรากันไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ปัจจุบันผู้ต้องหททำงานอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ย่านใจกลางเมือง มีประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์เป็นผู้ยืนยัน 

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าก่อนเกิดเหตุคนร้ายได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มายังที่เกิดเหตุ ก่อนจะเดินเข้าไปภายในห้างแล้วมุ่งตรงไปยังสถานที่ที่ผู้ตายทำงานอยู่ จากนั้นจึงใช้อาวุธปืน ขนาด 11 มม. ที่เตรียมมากระหน่ำยิงใส่ผู้ตายโดยที่ไม่มีการโต้เถียงกันแต่อย่างใด  ก่อนจะหลบหนีออกจากพื้นที่ 

ในส่วนนี้ได้มีการสั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งดำเนินการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้ พร้อมกับเร่งทำการสอบปากคำประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียด ส่วนกรณีที่คนร้ายพกพาอาวุธเข้ามาภายในห้างได้อย่างไรนั้นไม่สามารถบอกได้เพราะเป็นมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยของทางห้าง

หลังเกิดเหตุทางตำรวจได้เชิญแม่ของนายดนุสรณ์ จนสามารถติดต่อนายดนุสรณ์ได้เเล้ว อยู่ระหว่างการเกลี้ยกล่อมให้เข้ามอบตัว 

ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุนายดนุสรณ์ ได้ติดต่อหาเพื่อนของผู้ตายพร้อมบอกว่าให้ซ้อมหมอบไว้ กระทั่งมาเกิดเหตุ นอกจากนี้ตำรวจยังได้ไปค้นห้องพักของนายดนุสรณ์ พบจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ เขียนทำนองบอกตำรวจว่า ไม่ต้องติดตามจับกุม ตัวเอง เเต่ขอเวลาไปจัดการกับชายอีกคนก่อน เเละจะจบชีวิตด้วยตนเองขอเวลาอีก2 วัน เรื่องทุกอย่างจะจบ ฝากดูเเลเเม่ด้วย

ขณะที่ชุดสืบสวนอีกชุดได้เข้าสอบถามเพื่อนสนิทพี่ทำงานในห้างดังย่านปทุมวันซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของผู้ก่อเหตุทราบว่านายดนุสรณ์ชอบสะสมและซื้อขายแลกเปลี่ยนอาวุธปืน พร้อมกับสะสมอาวุธปืนและนิยมการยิงปืนเป็นอย่างมาก โดยมีที่พักอาศัยอยู่ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ส่วนรถยนต์หลังจากเลิกรากันได้คืนให้แฟนสาวที่เสียชีวิตแล้ว

เมื่อนำข้อมูลที่ได้ทุกอย่างมาประมวลรวมกันทำให้เชื่อได้ว่านายดนุสรณ์เตรียมการในการก่อเหตุมาแล้ว

ต่อมาศาลอาญารัชดาภิเษกได้อนุญาตออกหมายจับนายดนุสรณ์ หรือเจ นุ่มเจริญ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุยิงน.ส.ปิยานุช ฉัตรไทย กลางห้างดังย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เลขหมายจับที่ จ.154/2563 ลง 18 กุมภาพันธ์ ทั้งสิ้น 5 ข้อหา คือ 1.ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,2.พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน,3.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, 3.พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว, 5.ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน

ภายหลังการก่อเหตุเสร็จนายดนุสรณ์ ได้หลบหนีเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซอยหมอเหล็ง จากนั้นได้หลบหนี โดยจุดมุ่งเหมือนเดิมคือ อ. หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเป็นบ้านญาติ เมื่อตำรวจค้นห้องพักย่านราชเทวี เจ้าหน้าที่พบชุดที่ใช้ก่อเหตุ กล่องกระสุนปืน รองเท้า อยู่ภายในห้อง 

สอบถามคนดูแลห้องพักทราบว่า ผู้ก่อเหตุได้พาแฟนใหม่ไปส่งที่ทำงานเมื่อช่วงเวลาประมาณ 12.00 น.เมื่อวานนี้ หลังจากนั้นก็ได้กลับมาที่ห้องพัก และเดินวนไปวนมาในห้อง จนเวลาประมาณ 14.00 น. มีพัสดุมาส่ง ผู้ก่อเหตุได้มารับพัสดุได้แกะและเอากล่องทิ้งขยะ หลังจากนั้นก็เข้าห้องไปอีกครั้ง ต่อมาสักพักหนึ่ง ก็รีบขับรถมอเตอร์ไซค์ ขับออกไปคาดว่าจะไปก่อเหตุ 

หลังก่อเหตุเสร็จก็ได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาจอดที่ห้องพักและรีบวิ่งขึ้นไปโดยมีท่าทางลุกลี้ลุกลน ก่อนจะขึ้นไปเปลี่ยนชุดและวิ่งออกจากห้องพักไปหลบหนีไป ทั้งนี้ภายในห้องพัก ตำรวจยังพบสมุดที่ผู้ก่อเหตุเขียนข้อความลักษณะสั่งเสียตัวเองอีกด้วย

ต่อมาในช่วงเช้ามืด ตำรวจก็ตามจับคนร้ายได้สำเร็จที่จ.เพชรบุรีหลังต้องการหลบหนีไปบ้านญาติที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ หลังเกิดเหตุตำรวจได้แบ่งชุดทำงาน ชุดแรกได้ติดต่อแม่ผู้ต้องหาเพื่อให้พูดคุยกับลูกชายให้ยอมมอบตัว แม่ได้กล่อมจนลูกมีท่าทีอ่อนลง และตำรวจได้ติดตามจับกุมตัวได้สำเร็จหลังหนีไปอยู่บ้านพี่ชายที่ต่างจังหวัด

ส่วนอีกชุดได้ติดตามชายหนุ่มที่จ.พะเยา ซึ่งถูกคนร้ายหาว่าเป็นชู้รักของผู้ตาย โดยเจ้าหน้าที่ได้คุ้มครองป้องกันชายหนุ่มทันที หลังคนร้ายต้องการฆ่า

จากการสอบปากคำชายหนุ่ม เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยเจอหน้าผู้ตาย โดยรู้จักกันผ่านเกมส์ออนไลน์ มีการเปิดหน้าคุยกัน และแชทไลน์ แต่ไม่เคยเป็นคนรักกันตามที่คนร้ายกล่าวอ้าง ทั้งนี้ชายหนุ่มรู้จักคนตายแค่2อาทิตย์ โดยผู้ตายเล่าว่าพึ่งเลิกกับสามีไปเท่านั้น แต่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกัน

สำหรับสาเหตุที่ผู้ตายเลิกกับอดีตสามีเพราะ คนร้ายเป็นคนอารมณ์ร้อน เวลาทะเลาะกันก็จะมีพฤติกรรมแสดงความรุนแรง ทำให้ผู้ตายไม่อยากอยู่ด้วยจึงตัดสินใจเลิกดังกล่าว ทำให้อดีตสามีไม่พอใจและคิดว่าชายหนุ่มที่พะเยามีส่วน จึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว

ผลงานการเข้าจับกุมครั้งนี้เป็นของ ตำรวจชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ร่วมกับตำรวจสน.พญาไท