มีหลักฐานวันเกิดเหตุยังคุยกับแฟน อีกทั้งแม่ทำงานในห้างด้วย ไม่ได้ขากะเผลกแม้รถล้ม แต่เดินหลังค่อม พอตกเป็นข่าวค่อนข้างเครียด ตี 2 ที่ผ่านมาเข้าพบเจ้าหน้าที่ยืนยันความบริสุทธิ์ใจแล้ว ด้านตำรวจยันแบ่งงานแล้ว และยังไม่ได้คุมตัวใคร

วันที่ 15 ม.ค. ที่จ.ลพบุรี หลังจากมีกระแสข่าวผู้ต้องสงสัย 3 รายออกไป โดย 1 ในนั้นเป็นลูกผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ทหาร และพลเรือน ทางทหารได้ไปออกรายการโทรทัศน์แห่งหนึ่งยืนยันว่าตนไม่ใช่คนร้ายชิงทองกราดยิงแต่อย่างใด ขณะที่แฟนสาวของนายชัยพงษ์หรือมุ่ย โพธิ์รัศมี อายุ 37 ปี หลานชายของนายธนปพน เงินเมย นายกเทศมนตรี ต.กกโก อ.เมือง จ.ลพบุรี ที่ถูกคาดว่าเป็นหนึ่งในคนร้ายได้เปิดเผยว่า หลังมีกระแสข่าว ช่วงตี 2 ที่ผ่านมา ทางนายกเทศมนตรีได้พามุ่ยไปแสดงความบริสุทธิ์ใจกับตำรวจแล้ว ทั้งนี้ตนไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมมุ่ยถึงตกเป็นผู้ต้องสงสัยได้ อาจเป็นเพราะท่าทางการเดิน เพราะเคยประสบอุบัติเหตุ ขับรถจยย.ไปชนท้ายรถกระบะ เมื่อ 2 ปีก่อน ขาขวาจึงต้องใส่เหล็กและไม่ได้เดินขากะเผล แต่เดินหลังค่อมมากกว่า ซึ่งการตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้อาจเป็นเพราะสมัยก่อยเคยมีคดีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน มุ่ยนั้นเคยไปฝึกยิงปืน แต่แค่ยิงได้ ไม่ได้ถึงกับยิงเป็น

จยย.ของมุ่ยที่ใช้เป็นประจำ เป็นรถคนละรุ่นกับที่คนร้ายใช้ก่อเหตุชิงทองกราดยิง

อย่างไรก็ดีแฟนสาวของมุ่ยเชื่อว่าคนรักไม่ได้ชิงทองกราดยิงแน่นอน เพราะมีหลักฐานชัดเจน ในวันเกิดเหตุมุ่ยเลิกงาน 2 ทุ่มแล้วก็กลับมาบ้าน ก็มีการไลน์คุยกันตลอด แต่ในระหว่างนั้นตนทำงานอยู่ พอเห็นข่าวในโทรศัพท์ว่ามีการชิงร้านทอง ที่ห้างโรบินสัน ก็รีบโทรหาแฟนหนุ่มให้เขาโทรหาแม่ของมุ่ยซึ่งทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่เกิดเหตุ จึงเป็นไปไม่ได้ที่มุ่ยจะเป็นคนร้ายในคดีนี้ นอกจากนี้จยย.ที่มุ่ยใช้ก็คือคนละรุ่นกับรถที่คนร้ายใช้ หลังตกเป็นข่าวเจ้าตัวก็ตกใจและค่อนข้างเครียด แต่ก็ยืนยันว่าไม่ใช่คนร้ายที่ก่อเหตุในคดีนี้ อีกทั้งจยย.ที่ใช้ประจำก็คนละรุ่นกับที่คนร้ายใช้อีกด้วย

ด้านพล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ. ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวภายหลังลงไปประชุมติดตามความคืบหน้าคดีนี้ว่าได้แบ่งงานให้ทุกหน่วยแล้วบูรณาการทำงานกันอย่างเต็มที่ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด โดยแยกหน้าที่กันอย่างชัดเจน อาทิ ตามเบาะแสอาวุธปืน เบาะแสของรถ กล้องวงจรปิด จากนั้นเอาข้อมูลมาวิเคราะห์รวมกัน ยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการควบคุมตัวใคร แต่สิ่งที่อยากได้มากที่สุดคือให้ประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแสคนร้าย คนๆ นี้ต้องไม่มีที่ยืนในสังคม ต้องออกไปกินข้าวไม่ได้ และสำหรับคนที่เปิดให้ที่พักช่วยกันสังเกตว่ามีใครที่พักแต่ในห้อง ไม่ออกไปไหน ผิดสังเกต ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที