วันที่24 มกราคม ความคืบหน้าทางคดีน้องชมพู่ล่าสุดทางตำรวจได้มีการเชิญตัวฝั่งครอบครัวน้องชมพู่ 7 รายทั้งลุงพลและป้าแต๋นรวมถึงพยานปากเอกทั้งหมด 6 ราย รวมทั้งสิ้น 15 คน เข้าเครื่องจับเท็จเพื่อทำการพิสูจน์คำให้การว่าก่อนหน้านี้ที่เคยให้การนั้นยังตรงตามที่เคยให้ไว้หรือไม่ ทางตำรวจจะเร่งสรุปสำนวนภายในสัปดาห์หน้าเพื่อที่จะขอศาลออกหมายจับคนร้ายให้เร็วที่สุด

โดยผลวิเคราะห์จากเครื่องจับเท็จอย่างเดียวไม่สามารถสร้างน้ำหนักความน่าเชื่อถือมากพอ ที่จะนำมาใช้เป็นหลักฐานเอกในการชี้ชัดฟันธงว่าใครคือคนร้ายได้ เพราะหลักฐานที่จะทำให้ศาลเชื่อจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้กระทำผิดได้นั้นมันต้องมีองค์ประกอบร่วมหลายอย่าง โดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่มีความน่าเชื่อถือเป็นอันดับหนึ่ง 

นั่นหมายความว่าตอนนี้ในมือตำรวจน่าจะมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เส้นผม ทั้ง 36 เส้น ที่ตกอยู่บริเวณใกล้กับศพของน้องชมพู่ ผมดีเอ็นเอ เหงื่อ ต่าง ๆ ที่ทางตำรวจได้มีการเก็บรวบรวมมาตั้งแต่ต้น เพียงแต่ต้องการผลการวิเคราะห์จากเครื่องจับเท็จมาช่วยเสริมน้ำหนักความน่าเชื่อถือให้เพิ่มมากขึ้น

ส่วนบรรยากาศที่บ้านกกกอก จ.มุกดาหาร สถานที่เกิดเหตุในเช้าวันนี้ ลุงพล ป้าแต๋นได้ย้ายศาลาที่สร้างไว้บริเวณหน้าบ้านไปตั้งบริเวณใกล้กับคลองเพื่อที่จะได้เห็นวิวทิวทัศน์ของพญานาคที่สวยงาม 

ทางป้าแต๋นเผยว่าการที่ลุงพลได้รับหมายเรียกจากทางตำรวจสภ.กกตูมในข้อหาครอบครองไม้หวงห้าม ซึ่งทางตำรวจได้เชิญตัวไปให้ปากคำวันจันทร์ที่จะถึงนี้ เวลา 9 โมงเช้า เมื่อคืนได้มีการพูดคุยกับลุงพล ก็ไม่ได้รู้สึกเครียดเพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทำไปเราทำด้วยจิตศรัทธาไม่ได้ประสงค์ร้ายซึ่งก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทางตำรวจ