ตามตะวัน

หลังจากพลาดเดินทางไปพิชิตยอดภูเขาไฟโบรโม่ ประเทศอินโดนิเซีย เนื่องจากมีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศด้วยสถานการณ์ COVID-19 ระบาดอย่างหนัก ผมได้แต่นั่งคอตกด้วยความตั้งใจที่อยากจะไปมากๆ จนเริ่มทำใจและปรับตัวให้เข้ากับสถานณ์เป็นเวลา 3 เดือนเต็ม

แต่เมื่อทุกอย่างคลีคลายเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และหลายสถานที่ท่องเที่ยวก็กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ทำให้หลายคนรู้สึกกระชุ่มกรชวยอีกหน อย่างน้อยก็จะได้เปลี่ยนบรรยากาศ หลังจากต้องอยู่บ้านมานาน ในตอนนั้นขณะที่ผมได้เลื่อนหน้าจอโทรศัพท์จนไปเจอโพสท์ภาพรูปหนึ่งของรุ่นน้อง ซึ่งเป็นภาพที่เห็นแล้วสบายตามากๆ ผมจึงได้ทักไปหาและถามถึงที่มาขอภาพภาพนั้นแล้วก็ได้ชักชวนกันไป จนสรุปวันเดินทางกันได้


14 มิถุนายน เวลา 06.00 น. เช้าตรู่ของเช้าวันเสาร์พวกมันนัดให้ผมไปเจอกันที่สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต ซึ่งรถตู้จะไปจอดรอรับพวกเราเดินทางไปยังปลายที่หุบเขาไร้นามที่กล่าวขานกันว่า เป็นหุบเขาที่มีวิวทุ่งหญ้ากว้างใหญ่เขียวชอุ่มชุ่มฉ่ำ ดั่งทุ่งหญ้าแห่งเมืองสวิตเซอเเลนด์ซะอย่างนั้นเลยก็ว่าได้ ชวนหลงไหล ชวนหายใจให้เต็มปอด

เราใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงครึ่ง ถึงอำเภอทองทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป้าหมายคือบ้านท่าแพ
วันนี้เราพาตัวเองไปนอนเต๊นท์ เสพบรรยากาศของป่าเขา ที่นี่โอบล้อมไปด้วยผืนน้ำ ภูเขา ความสงบ
เมื่อเดินทางมาถึง พวกเราลงจากรถเตรียมตัวเดินเท้าไปยังจุดกางเต๊นท์ ฝูงผีเสื้อออกมาต้อนรับพวกเรา ไม่ต่างจากพนักงานต้อนรับของโรงแรม 5 ดาว วิวที่นี่สวยมากๆสวยกว่าภาพที่ผมเห็นครั้งแรก มันสบายตาเอามากๆ คือต้องมาให้เห็นด้วยตาตัวเองจริงๆ ทุ่งหญ้าสีเขียวโอบล้อมด้วยทิวเขา นี่มัน Interlaken ชัดๆ


ตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ได้เวลาเตรียมทำอาหาร พวกเราต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือจัดทำอาหาร ล้อมวงนั่งกินข้าวเย็นด้วยกันเหมือนยังกับว่ามานั่งในภัตราคารดีๆที่มีวิวหลักล้านให้มองไปด้วย เรานั่งพูดคุยดื่มด่ำเสพกับบรรยากาศแลกเปลี่ยนพูดคุยประสบการณ์กันไป ระหว่างนั้นฟ้าฝนไม่เป็นใจกระหน่ำเทลงมาทักทายพวกเราเปียกปอนกันไป แต่ใครจะรู้ว่าฟ้าหลังฝนมักสวยงามเสมอ อากาศเย็นๆ หมอกปุยๆ บรรยากาศแบบนี้หาซื้อไม่ได้ในชีวิตคนเมืองกรุง


ภายใต้หมู่ดาวของค่ำคืนนี้ โชคดีจริงๆ ที่ได้พบกับมิตรภาพใหม่ๆ เสียงกีตาร์ เสียงเพลง เสียงหัวเราะ กลิ่นควันไฟ มันช่างเคล้ากันดีเหลือเกินคืนนี้


เช้าของวันใหม่ สายหมอกมารอต้อนรับยามเช้าที่บริเวณหน้าเต๊นท์ เสียงนกที่ดังไปทั่วหุบเขา แสงแดดเตือนแล้วว่าได้เวลาเช็คเอาท์ เพื่อเตรียมตัวเดินทางต่อ ผมเชื่อคำว่าฝันสวยๆมักท้าทายให้เราเดินทางไปหาเสมอ นาทีที่ได้ไปเห็น วินาทีที่ได้สัมผัส คุณจะตกหลุมรักมันโดยไม่รู้ตัว


ยิ่งเวลาฝนตกหมอกลอยปุยๆ อากาศดีสุดๆ ยังกับมาเที่ยวที่สวิตเซอร์แลนด์ แต่ไม่ต้องไปถึงสวิตเซอร์แลนด์หรอกคับ ช่วงนี้ปลอดภัยไว้ก่อนมาเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์แห่งกาญจนบุรีกันดีกว่า พาสปอร์ตไม่ต้องมี วีซ่าไม่ต้องใช้ ออกเดินทางกันเถอะครับ อยู่ตรงไหนที่สบายใจ ที่พาตัวเราไปมีความสุข ก็เอาร่างกายของเราไปอยู่ตรงนั้นแหละ