Old Journalist never die

สำหรับผู้ติดตามข่าวสารมาโดยตลอด จะต้องรู้จักนิตยสารข่าวเจาะระดับสืบสวนสอบสวนที่ชื่อว่า แดร์ ชปิเกิล อย่างแน่นอนเพราะเป็นนิตยสารข่าวเจาะรายสัปดาห์ของเยอรมันที่ยอดเยี่ยมมีผลงานข่าวสะเทือนโลกหลากหลายชิ้นเป็นอย่างมาก

สำหรับใครที่ไม่รู้จักขอบอกว่า แดร์ ชปิเกิล เป็นนิตยสารข่าวรายสัปดาห์ที่ยอดขายจำนวนมาก มีคนเข้าติดตามอ่านในเว็บไซค์เยอะและยอมเสียเงินซื้ออ่านเนื้อหาข่าวตามกระแสเทรนด์ สื่อระดับโลกเนื้อหาดี ไม่ฟรี!! ด้วยความที่เนื้อหาข่าวหนักแน่นข้อมูลเยี่ยมยอดทำข่าวเจาะได้เก่งฉกาจน่าจะที่สุดในโลก และเวลาสำนักข่าวระดับโลกจับมือกันเปิดข่าวเจาะสำคัญ ๆ แดร์ ชปิเกิล ไม่เคยตกขบวนรถไฟนี้ด้วย

โดยผู้ที่อยู่เบื้องหลังก่อตั้งนิตยสารข่าวระดับตำนานนี้ก็คือ รูดอล์ฟ ออกสไตน์ ตำนานนักข่าวที่ไม่มีวันตายคนนี้นี่เอง

ชายหนุ่มถือกำเนิดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน1923ในเมืองฮันโนเวอร์เป็นบุตรของดีลเลอร์ขายอุปกรณ์ถ่ายรูป เมื่ออายุได้ 18 ปีก็ทำงานในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นโดยไม่ได้รับเงินเดือน และพลันที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ระเบิดขึ้นในฐานะชายเยอรมัน เขาถูกเกณฑ์ไปรบในกองทัพของนาซี ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสาร ก่อนถูกส่งไปทำหน้าที่ผู้สังเกตการณ์ปืนใหญ่ โดยประจำการอยู่ในแนวรบฝั่งตะวันออกอันสุดสยอง ปะทะกับกองทัพแดงของสหภาพโซเวียต

การปะทะกันของโซเวียตและนาซี เป็นสงครามที่ผลาญมนุษย์อย่างมาก ชายหนุ่มได้รับบาดเจ็บหนัก แต่โชคดีที่ยังมีชีวิตรอดมาได้ ไม่เหมือนกับใครหลายคนที่ควรจะมีชีวิตโชติช่วง แต่กลับต้องมาฝังตัวเองไว้ในสมรภูมิอันเดือดเลือดพล่านนี้

เมื่อสงครามสิ้นสุดเขาถูกคุมขังโดยกองทัพอเมริกันในช่วงสั้น ๆ ก่อนจะเดินทางกลับบ้านเกิดและเริ่มงานในฐานะนักหนังสือพิมพ์

เมื่อเยอรมันพ่ายสงคราม ประเทศถูกเฉือนถูกแบ่งเป็น 4 จุด อยู่ในการครอบครองของอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศสและสหภาพโซเวียต

ฮันโนเวอร์เมืองของนักข่าวหนุ่มของเราอยู่ในความครอบครองของอังกฤษ ซึ่งมีความตั้งใจสร้างสื่อเพื่อเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนจริง ๆ หาใช่แบบดังยุคนาซีไม่ และพวกเขาเล็งบรรณาธิการให้กับนิตยสารข่าวใหม่นี้ไว้แล้ว

ด้วยวัยเพียง 23 ปี รูดอล์ฟ ออกสไตน์ จึงได้เป็นบรรณาธิการนิตยสาร Diese Woche (แปลว่าสัปดาห์นี้ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษคงจะบอกว่า This Week) โดยมีต้นแบบจากนิตยสารข่าวของอเมริกาและอังกฤษ

ด้วยการนำของบก.หนุ่มเขานำเสนอความจริงโดยไม่สนใจใคร จนกองทัพอังกฤษยังต้องถอนตัวในเวลา 5 เดือน ทิ้งให้บก.หนุ่มรับภาระ ไม่นานก็มีการเปลี่ยนชื่อเป็น แดร์ ชปิเกล (แปลว่ากระจก) ตามคำแนะนำจากพ่อของบก.หนุ่ม

4 มกราคม1947 โลกก็ได้รู้จักกับนิตยสารแดร์ ชปิเกิล นี้ ซึ่งก็ 54 ปีแล้วครับ

ผลงานจากข่าวของนิตยสารฉบับนี้เรียกได้ว่าก่อตัวสร้างพลังเสรีภาพให้กับเยอรมันตะวันตกอย่างมาก ปลุกเร้าสังคม นำเสนอข่าวไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ถ้ามีข้อเท็จจริงข้อมูลหนักแน่นก็ต้องนำเสนอข่าว และนั่นนำไปสูการถูกรมว.กลาโหมส่งกำลังไปจับกุมนักข่าว ตัวบก.เองในข้อหากบฏ รวมถึงการยึดสำนักงานห้ามบุคคลเข้าออก หลังมีการเผยแพร่ข่าวกองทัพเยอรมันไร้ความพร้อมรบอย่างมากในการเผชิญภัยคุกคามช่วงสงครามเย็น โดยเอกสารนั้นได้มาจากหน่วยงานความมั่นคงนาโต้

การกระทำนี้เป็นการคุกคามสื่อของเยอรมันหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ออกสไตน์ต้องไปติดคุก 103 วันกว่าจะได้รับอิสรภาพ แต่ก็ทำให้สังคมเยอรมันตื่นตัว ศาลรัฐธรรมนูญให้การรับรองสิทธิเสรีภาพสื่อของเยอรมัน ส่วนรมว.กลาโหมก็ปิดฉากชีวิตทางการเมืองในบัดดล โดยเหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นของ 1968 เยาวชนปลดแอกของเยอรมันลุกขึ้นมาเรียกร้องให้คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ยอมรับความจริงถึงอดีตที่ไปคลุกคลีอยู่กับนาซี และนำไปสู่การขอโทษของนายกรัฐมนตรีเยอรมันที่ไปคุกเข่าขอโทษคนโปแลนด์ต่อความโหดร้ายในอดีตช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย

ปรากฎการณ์คุกคามสื่อจนทำให้คนออกมาเรียกร้องเป็นแนวร่วมให้สือ แดร์ ชปิเกิล ทาง ออกสไตน์เรียนขานเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเป็น “ปืนกลแห่งประชาธิปไตย” และสร้างชื่อให้กับนิตยสารข่าวนี้ไปในตัว

ออกสไตน์ เองเคยลงเล่นการเมืองให้กับพรรค Free Democratic ในปี 1972 แต่เป็นส.ส.ได้เพียง44 วันก็กลับมาทำหน้าที่บก.เหมือนเดิม เขาบรรยายช่วงเวลาที่ไปเป็นส.ส.ว่า “ช่างเป็นแนวคิดที่โง่ยิ่งนัก”

ตลอดชีวิต เขาสนับสนุนการรวมชาติระหว่างเยอรมันตะวันออกกับเยอรมันตะวันตกเป็นอย่างยิ่ง และเขาก็ได้อยู่ในวันที่เยอรมันได้รวมชาติกันอีกครั้งหนึ่ง

ตัวเขาเองนั้นเคยถูกวิจารณ์ในช่วงที่เริ่มทำนิตยสาร ดันไปจ้างสมาชิกพรรคนาซีระดับสูงมาร่วมงาน และการเกิดในยุคของนาซีเรื่องอำนาจ ทำให้ตอนเด็ก เขาเคยเป็นยุวชนฮิตเลอร์ด้วย

ปี 2000 ได้รับการยกย่องให้เป็น “สื่อมวลชนแห่งศตวรรษ” ของเยอรมัน

เป็นนักดื่มและนักรักตัวฉกาจ เพื่อนยังเคยบอกว่า

“ผมอิจฉาความสำเร็จเรื่องผู้หญิงของเขา”

7 พฤศจิกายน 2002 ตำนานนักข่าวท่านนี้ก็ได้จากโลกนี้ไป โดยมีภรรยาคนที่ 5 และลูกอีก 4 คนจากการสมรสก่อนหน้านั้นร่วมอาลัยเช่นเดียวกับสื่อมวลชนทั้งในเยอรมันและทั่วโลกต่างร้องไห้ไปกับการจากไปของคนข่าวผู้ยิ่งใหญ่คนนี้

ปัจจุบันนี้ แดร์ ชปิเกิล ยังคงมีมาตรฐานการทำงานที่สูงมากทรงคุณภาพและป้องกันการแทรกแซงจากคนภายนอก คนในองค์กรร่วมกันเป็นเจ้าของสื่อ ที่ผ่านมามีข่าวนักข่าวของนิตยสารฉบับนี้ปั้นแต่งงานขึ้น ซึ่งก็ถูกจับได้จากคนในองค์กรตัวเอง แต่ความเชื่อมั่นในสื่อไม่เคยจางหาย นี่คือสิ่งที่ทำให้ แดร์ ชปิเกิล ยิ่งใหญ่ถึงทุกวันนี้

อดีตนายกรัฐมนตรีแกร์ฮาร์ท ชเรอเดอร์ กล่าวถึง ออกสไตน์ ไว้ว่า “เขาประทับและจุดกระแสการแสงความเห็นสาธารณะของเยอรมันขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยมีนักข่าวทำได้มาก่อน”

ด้านอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันบอกว่า หากไม่มีเขาและแดร์ ชปิเกิล มันจะมีเรื่องเล่ามากมายที่ไม่ได้ถูกเขียนถึงในเยอรมัน

นักประวัติศาสตร์บอกว่า “ออกสไตน์เป็นผู้สร้างสถาบันสื่อให้เป็นฐานันดรที่ 4 หลังจากเสรีภาพสื่อถูกทำลายไปในยุคของนาซี”

ปิดฉากชีวิตอันยิ่งใหญ่ในฐานะสื่อมวลชนด้วยตัวเลขอายุ 79 ปี

แต่เรื่องเล่าขานในฐานะตำนานนักข่าวจะไม่มีวันตายอย่างแน่นอน