คาดว่าผู้อ่านหลายท่านที่ชอบการอ่านหนังสือและซื้อหนังสือเป็นชีวิตจิตใจน่าจะรู้จักกับงาน Big Bad Wolf Book Sale Bangkok 2018 เป็นอย่างดีกันอยู่แล้ว แต่สำหรับท่านที่ไม่รู้จักก็จะขอแนะนำสั้น ๆ ว่างานนี้เป็นงานจำหน่ายมหกรรมหนังสือภาษาอังกฤษที่มีการลดราคาหนังสือเป็นจำนวนมาก เรียกว่าลดแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์เลยทีเดียว โดยงานเปิดขายหนังสือเป็นเวลา 10 วัน ระหว่างวันที่ 10-20 สิงหาคม ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจัดที่ฮอลล์ 9 อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

งานนี้จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2552 โดยเป็นการนำหนังสือจากคลังสินค้าของร้านหนังสือชื่อ BookXcess ที่มีหนังสือหลากหลายมาขายลดราคากันของจริง คือลดกันมากกว่า 75% ซึ่งงานดังกล่าวก็สนับสนุนให้คนซื้อหนังสือมาอ่าน มีการตระเวนไปหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซียและแน่นอนประเทศไทยเรานี่เอง

 “คึกคักกันเป็นอย่างยิ่ง”

ทั้งนี้หากผู้อ่านรายใดลังเลใจว่าเป็นหนังสือภาษาอังกฤษเสียเป็นส่วนมากอาจจะไม่ชำนาญอ่าน นักข่าวรายงานว่า สิ่งที่น่าสนใจในงานนั้น มากไปกว่าข้อจำกัดทางภาษา เพราะในงานยังมีหนังสือภาพจำนวนมากที่มีความหลากหลายในสาขาศาสตร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูน ภาพยนตร์ ดนตรี ภาพถ่าย อาหาร ดวงดาว ไดโนเสาร์ บางเล่มเหมาะกับเด็กมาก บางเล่มก็เหมาะกับนักสะสมที่ชำนาญสนใจในเรื่องนั้น ๆ เช่น สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้น

นอกจากนี้ภายนอกงานก็ยังมีหนังสือภาษาไทยนำมาลดราคากันกระหน่ำ 70-80% เลยทีเดียว บางเล่มนั้นหาไม่ได้แล้วตามร้านหนังสือทั่วไป น่าอ่านน่าสะสมเป็นอย่างยิ่ง ดังเช่นชุดนวนิยายของซิดนีย์ เชลด่อน ยอดนักเขียนที่เขียนหนังสือได้น่าอ่านน่าติดตาม หนังสือของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้ แดน บราวน์ ตัดสินใจเขียนหนังสือ จนโด่งดังไปทั่วโลก กลายเป็นยอดนักเขียนผู้ให้กำเนิดตัวละครอันโด่งดังอย่าง โรเบิร์ต แลงดอนนั่นเอง

นักข่าวขอรายงานว่า เมื่อไปถึงที่หมาย ก็ขอให้เตรียมใจให้พร้อม กดเงินตรวจสอบบัตรเครดิต กินอาหารมาก่อน เข้าห้องน้ำให้เสร็จสิ้น แล้วอย่าพกน้ำดื่มหรือของเหลวเข้างานโดยเด็ดขาด ที่ประตูทางเข้า เจ้าหน้าที่จะคอยตรวจกระเป๋าและยึดน้ำดื่มของเหลวไว้ วันที่นักข่าวไปเดินสำรวจ ก็เห็นขวดน้ำดื่มวางที่โต๊ะอยู่ภายนอกก่อนเข้างานเป็นจำนวนมาก

สำหรับนักสะสมที่ต้องการซื้อหนังสือจำนวนมาก อย่าลังเลที่จะใช้รถเข็น ซึ่งขอบอกเลยว่าเป็นเรื่องปกติในงาน คนจำนวนมากใช้รถเข็นไว้ใส่หนังสือกันเป็นจำนวนมาก ถ้าซื้อเยอะจะแบกปวดเมื่อยเปล่า ๆ

สำหรับการจัดงานถือว่าแบ่งเป็นโซน ๆ ได้ดี ผู้สนใจด้านไหนก็เดินดูได้อย่างไปทั่ว หรือจะเดินวนไปรอบ ๆ งานก็ย่อมได้ ถ้าไม่กลัวเมื่อยเหนื่อยล้าเสียก่อน

ข้อแนะนำของเราก็คือ หากเจอหนังสือเล่มใดและสนใจ แต่ไม่รู้ว่าซื้อมาอ่านแล้วจะดีไหม ก็ขอให้ใช้โทรศัพท์มือถือยุคนี้ให้เป็นประโยชน์ เสิร์ชชื่อเรื่อง นักเขียน ดูคะแนนรีวิวก็อาจจะช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อได้

เพราะราคาที่ลดลงมาเหลือเพียง 100-120 บาท อาจทำให้นักอ่านขาช็อปทั้งหลายตามัวหน้ามืดซื้อหนังสือเป็นจำนวนมากโดยไม่รู้ตัวได้

สำหรับนักข่าวเดินชมงานนี้เป็นปีที่ 2 แล้ว พบว่าหนังสือจำนวนมากมีความใหม่และหลากหลายขึ้น และตลอดการเที่ยวเล่นในทุ่งหนังสือแห่งนี้นั้น เห็นคนหนุ่มสาว ผู้ปกครองพาบุตรหลานมาเดินกันเป็นจำนวนมาก เห็นฝรั่งนั่งนับเงินเพื่อดูว่าจะจ่ายไหวหรือเปล่า เห็นคนไทย ชาวต่างชาติเลือกหนังสือกันอย่างคึกคัก

แน่นอนว่านักข่าวเองก็เลือกซื้อหนังสือตามความสนใจ และได้ทั้งหนังสือภาพที่ถ้าขายในราคาท้องตลาดปกติก็คงหลักเฉียดพันอยู่ แต่งานนี้กลับซื้อมาได้ในราคา 200 นิด ๆ เท่านั้นเอง

เห็นหรือยังว่างานนี้ลดกระหน่ำกันขนาดไหน

นักข่าวแนะนำเลยว่า หากขาช็อปหนังสือสนใจด้านไหนก็ให้ตระเวนเดินดูโซนนั้นอย่างถี่ถ้วนสแกนดูทุกมุมทุกเล่ม เพราะอาจจะพลาดบางเล่มไป โดยหนังสือบางเล่มเป็นงานทรงคุณค่าที่ไม่เคยมีการแปลไทย บางเล่มอาจมีการแปลแล้ว แต่การอ่านจากภาษาอังกฤษก็เป็นสิ่งที่น่ายั่วเย้าความท้าทายนักอ่านไม่เบา

นอกจากนี้อย่าไปกลัวว่าเป็นภาษาอังกฤษแล้วกลัวจะอ่านไม่ออก บางเล่มก็ทำเป็นเล่มบาง ๆ ย่อมาจากเล่มใหญ่เพื่อให้นักอ่านได้เก็บคำศัพท์ฝึกภาษาการอ่านอีกด้วย

ขอแนะนำอีกนิดว่า เดินงานนี้ ก็ขอเดินกันให้เต็มที่ไปเลย ขอให้เชื่อมั่นในตัวเองกับมือถือในการเสาะหาข้อมูล เพราะบางทีพนักงานที่ดูแลก็อาจจะไม่เข้าใจไม่อาจให้คำตอบกับหนังสือบางเล่มที่ผู้อ่านต้องการได้ เนื่องจากปริมาณหนังสือที่มาก ทำให้พนักงานก็จนใจอับจนในคำตอบเหมือนกันกับนักอ่านที่มาเลือกเดินซื้อ

สุดท้ายเมื่อเลือกซื้อหนังสืออย่างลงตัวและอยากจะจ่ายเงิน ก็ขอให้เดินไปตามช่องจ่ายเงินที่มีทางเดินคดไปวนมาเล็กน้อย และขอให้สังเกตพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ดี เขาจะชี้ว่าเคาน์เตอร์ใดว่างให้เราเข้าไปจ่ายเงินได้ จ่ายกันจนเสร็จสรรพแล้วสิ่งสำคัญก็คือ…

..อย่าลืมใบเสร็จจากพนักงานที่เคาน์เตอร์เด็ดขาด นักข่าวเรามัวแต่เดินดูหนังสือคุยสอบถามกับพนักงานที่มาทำปีนี้เป็นปีแรก จ่ายเงิน หนังสือใส่ถุงแบกออกมา แล้วลืมขอใบเสร็จ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเพราะเมื่อถึงทางออก เจ้าหน้าที่จะขอตรวจใบเสร็จ ดีที่นักข่าวแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ถึงเคาน์เตอร์จ่ายเงิน เขาจึงไปนำใบเสร็จมาให้ แต่ก็ต้องแลกกับการถูกกักไม่ให้ออก อับอายเพียงเล็กน้อย กินเวลาราว 3 -5 นาทีเจ้าหน้าที่จึงนำใบเสร็จมาให้พร้อมกล่าวคำขอโทษกับความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ พอเป็นสีสัน

ดังนั้นขอเตือนขาช็อปหนังสือทั้งหลายว่า อย่าลืมใบเสร็จเด็ดขาด

เมื่อจากออกจากงานไปแล้ว แต่ประสงค์จะเข้าไปใหม่ ก็สามารถเข้าไปได้ เจ้าหน้าที่จะใช้ซิปล็อกถุงหนังสือของเราไม่ให้เปิดได้อีก เท่านี้ก็ไปเลือกซื้อกันได้ตามสบาย เผื่อตกขาดเหลืออะไร

บรรยากาศเป็นที่คึกคัก เห็นคนซื้อหนังสือกันเยอะ นักข่าวก็คิดว่าจะอ่านกันหมดไหม ก่อนนึกได้ว่าไม่ใช่ธุระของนักข่าวจึงปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป…

แต่สำหรับนักอ่านทั้งหลาย การมาชิมบรรยากาศที่นี่ก็น่าสนใจไม่เบา ถือเสียว่าเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับมหกรรมหนังสือแห่งชาติที่จะย้ายมาขายกันที่เมืองทองธานีในปีหน้า เตรียมพร้อมเสียหน่อยก็ไม่เสียหาย

ข้อเสียเพียงอย่างเดียวในงานนี้ก็คือ การจัดที่เมืองทองธานีนั้น เป็นแหล่งที่ไปยากกลับยาก ถือว่าปราบเซียนขาเดินทางจริง ๆ หากไม่มีรถส่วนตัวแล้วขนหนังสือกันมาขนาดนี้ก็จะลำบากกันนิดหน่อย แถมถ้ามีคอนเสิร์ตจัดงานอันใด เรียกได้ว่าการจราจรติดขัดเป็นอย่างยิ่ง แถมรถสาธารณะในย่านนี้ก็ลำบากเสียเหมือนกัน

ปัญหาตรงนี้อาจสร้างความหงุดหงิดให้กับนักช็อปหนังสือกันบ้าง ก็หวังว่าจะได้รับการแก้ไขในอนาคตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ดีภาพรวม ก็เป็นดังที่ชื่อเรื่องจั่วไว้ นั่นก็คือ เป็นดั่งสวรรค์ของคนชอบหนังสือจริง ๆ นักข่าวนั้นไปงานนี้เมื่อปีก่อน ยังไม่ชำนาญในการอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ จนถึงปีนี้ก็ยังไม่ชำนาญ (ฮา) แต่ได้เห็นปกหนังสือการออกแบบ การทำรูปเล่ม เรื่องราวของโลกหนังสือภาษาอังกฤษ ก็ยิ่งอยากอ่านหนังสือภาษาอังกฤษให้ชำนาญยิ่งขึ้นไปอีก

เพราะการอ่านยิ่งทำให้เราได้รู้ได้เข้าใจเยอะ

ดังนั้น 10 วันที่ฝูงหมาป่ามาเทหนังสือให้เราได้เลือกชม น่าจะเป็นสวรรค์ที่ทำให้คนชอบหนังสือได้วัฒนาศักยภาพของตัวเอง เปิดโลกเปิดกะลาเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จากงานนี้ จากหนังสือที่เลือกซื้อหา โดยอภินันทนาการจากหมาป่าตัวนี้

ที่ปีหน้าหวังว่าจะจัดหนักเหมือนดังเช่นเคย…