วันที่ 7 มกราคม จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่นำกำลังพร้อมหมายศาลบุกเข้าค้นบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่อ.สังขละบุรี บ้านของนางสาวกรณิภา อมรเดชากร หรือ มะปิ่น ซึ่งเคยตกเป็นผู้ต้องหา

คดีลักลอบขนแรงงานต่างชาติเข้ามาในประเทศไทย โดยถูกจับดำเนินคดีเมื่อเดือนกรกฎาคม 2563  ขณะกำลังพาแรงงานประเทศเพื่อนบ้านไปส่งที่ท่าเรือ เพื่อเดินทางต่อไปยังอำเภอทองผาภูมิ ก่อนเข้าเมืองกาญจนบุรี 

การเข้าตรวจค้น ตำรวจพบตัวของ “มะปิ่น” ภายในบ้านพัก จึงให้นำตรวจค้นทุกจุดภายในบ้าน รวมทั้งรถกระบะ ซึ่งพบเอกสารมีข้อความภาษาพม่า จึงได้เชิญมะปิ่นมาสอบสวนในฐานะพยานเพื่อขยายผล เพราะจากแนวทางการสืบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องและรับผลประโยชน์

มะปิ่นยอมรับว่าเคยอยู่ในขบวนการนี้ แต่วางมือมานานแล้ว กระทั่งเมื่อเดือนกรกฎาคม ปีที่แล้ว ได้รับการติดต่อจากเพื่อน ว่าจ้างให้ขนแรงงานต่างชาติรวม 14 คนไปลงเรือพร้อมระบุว่ามีการเคลียร์เส้นทาง ด้วยการจ่ายส่วยให้กับผู้ใหญ่บ้านและตำรวจอย่างน้อย 2 นาย

ขบวนการของมะปิ่นนั้นจ่ายค่าขนแรงงานให้กับผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เที่ยวละ 2,000 บาท นอกจากนี้ยังจ่ายส่วยให้กับตำรวจท้องที่ 2 นาย อัตราหัวละ 500 และ 300 บาท

ขณะเดียวกันตำรวจอีกชุดได้นำหมายศาลเข้าค้นบ้าน เป้าหมายสำคัญอีก 2  หลัง ที่มีความเชื่อมโยงกับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวข้ามชาติ โดยตำรวจยอมรับว่า ปัญหานี้ เป็น 1 ในสาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดของโควิด19 อีกครั้งและสืบเนื่องจากการเปิดปฏิบัติการวันนี้ ทำให้พบตำรวจเกี่ยวข้องกับขบวนการเพิ่ม และยอมรับว่ามีตำรวจเกี่ยวข้องในขบวนการด้วย เตรียมดำเนินการทางวินัยเด็ดขาด

ทางพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร.กล่าวว่าสำหรับพื้นที่แนวชายแดนยังมีความพยายามจากแรงงานผิดกฎหมาย หรือ ขบวนการลักลอบ ที่จะนำแรงงานเข้ามาในประเทศไทย หลังจากนี้จะเพิ่มมาตรการตรวจเข้มแนวชายแดน ทั้งทางบกและทางน้ำ เพื่อป้องกันรวมทั้งขยายผลเอาผิดกับเครือข่าย ทั้งที่เป็น ประชาชนทั่วไป เจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ และทหาร

ขณะที่ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนธันวาคม 2563 ได้มีการดำเนินการกับตำรวจที่เกี่ยวข้องไปแล้วหลายนาย โดยเฉพาะตำรวจยศ พันตำรวจเอก 1  นาย ดาบตำรวจ 3 นาย ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อจริงอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาความผิดทั้งทางวินัยและอาญา