1.รอคอย

วันที่ 26 สิงหาคม ที่กองบังคับการปราบปราม หลังจากสื่อมวลชนมาออกันที่ชั้น 1 ของกองปราบปรามตามนัดหมายว่าจะมีการแถลงข่าวจับกุมพ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือผกก.โจ้ อดีตผกก.สภ.เมืองนครสวรรค ที่ร่วมกันกับลูกน้องก่อเหตุฆาตกรรมนายจิระพงศ์ ธีระพัฒน์ อายุ 24 ปี เพื่อรีดเงินยาเสพติด2 ล้าน โดยมีการรายงานข่าวว่าทางผกก.โจ้ปฏิเสธไม่ได้เรียกเงิน ไม่ได้หลบหนี แค่ไปตั้งหลักเท่านั้น พร้อมขอโทษที่ทำภาพลักษณ์ตำรวจเสียหาย โดยเจ้าตัวยอมรับว่าทรมานผู้ต้องหาจนตายจริง แต่ไม่ใช่การรีดเงิน เป็นเพียงการเอาข้อมูลยาเสพติดเท่านั้น

“ภาษาข่าวอาชญากรรมเรียกว่า ภาคเสธ แบ่งรับแบ่งสู้”

ทั้งนี้มีข้อความนัดหมายกันทางกลุ่มไลน์นักข่าวแจ้งว่าจะมีการแถลงข่าวกรณีนี้ตอนสามทุ่ม นั่นทำให้กองทัพสื่อมวลชนมารวมตัวกันที่กองปราบอย่างคึกคัก จวบจนเวลา 21.30 น. เจ้าหน้าที่จึงเปิดให้สื่อขึ้นไปที่ห้องแถลงข่าวชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องกว้างโอ่โถงและถูกใช้เป็นที่แถลงข่าวอยู่เป็นประจำ

กล้องถ่ายรูป กล้องวีดีโอ และมือถือไลฟ์สดของสื่อต่างปรากฎให้เห็น เสียงบรรยายระหว่างการรอแถลงของสื่อยุคสมัยใหม่เป็นไปอย่างคึกคัก ในที่สุดเมื่อถึงเวลาทางพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้เดินออกมาแล้วนั่งแถลงข่าวชี้แจงเรื่องราวในคดีนี้ทั้งหมด ท่ามกลางความสนใจของประชาชนคนไทยทั่วประเทศ โดยในโลกทวิตเตอร์มีการเผยแพร่เวลานัดแถลงข่าวกระจายไปทั่ว

ทางตำรวจชี้แจงว่าจะไม่มีการพาตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าวแต่จะให้โฟนอิน เหมือนกับกรณีการแถลงข่าวจับกุมนายประสิทธิชัย หรือกอล์ฟ เขาแก้วหรือผอ.กอล์ฟผู้อำนวยการโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งใน จ.สิงห์บุรีที่ก่อเหตุชิงทองในห้างมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ในการจับกุมผอ.กอล์ฟตอนนั้นก็ใช้วิธีการโฟนอินให้สื่อซักถาม แทนการพาตัวมาแถลงข่าว ซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติของการแถลงข่าวตำรวจยุคนี้ หลังมีผู้ต้องหาคนหนึ่งถูกจับมาแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์แสดงความไม่พอใจรัฐบาลคสช. นับตั้งแต่นั้น จึงมีคำสั่งห้ามนำผู้ต้องหามาแถลงข่าวอีก เพื่อคำนึงถึงสิทธิของผู้ถูกจับกุม

ขอโทษประชาชน ตำรวจทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ

21.45 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์พร้อมคณะเริ่มแถลงข่าวจากการเล่าที่มาที่ไปของคดีนี้ทั้งหมด ย้ำว่าเอาทุกคนเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม แม้จะทดแทนความสูญเสียไม่ได้ แต่อย่างน้อยทำให้เห็นเราไม่เคยปกป้อง แล้วองค์กรตำรวจจะอยู่ได้ด้วยความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน ขอโทษประชาชน ยืนยันว่าองค์กรตำรวจเป็นองค์กรที่ตรวจสอบได้ ไม่เคยมีตำรวจทำผิดแล้วหลบหนีไปได้ ส่วนใหญ่ดำเนินการเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นยศชั้นไหน ตั้งแต่ผบ.ตร.ยันลูกแถว ทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ

จากนั้นทางผบ.ตร.เผยว่าใช้วิธีโฟนอินเข้ามา เพราะไม่มีนโยบายเอาตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าว โดยให้สื่อมวลชนจัดระเบียบคิวการถาม

ผ่านไปหลายวันในที่สุด สังคมไทยก็ได้ยินเสียงผกก.โจ้

“โจ้ ๆ ได้ยินไหม”

ผบ.ตร.เริ่มบทสนทนาทางมือถือด้วยประโยคข้างบนนี้ และได้ย้ำเตือนโจ้ว่าสิ่งที่พูดเป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้

อดีตผกก.คนดังตอบเพียงว่า “ครับ ครับ ครับ รับทราบครับ” โดยเจ้าตัวย้ำว่ามีสมัครใจจะโฟนอิน โดยมีทนายความส่วนตัวและตำรวจอยู่ด้วย

นี่คือเรื่องราวของเขา อดีตผกก.คนดังเผยว่าคดีนี้ตนพบว่าลูกน้องจับกุมผู้ต้องหาพร้อมไอซ์ 1 กิโลกรัม ยาบ้าเกือบ 2 หมื่นเม็ด เห็นว่าเป็นกรณีใหญ่ ในฐานะหัวหน้าสถานีจึงต้องลงไปดูคดีเอง

“ผมยอมรับว่าสิ่งที่ทำไปนั้นไม่ถูกต้อง แต่ทำเพื่อเอาข้อมูล เพื่อทำลายยาเสพติด จึงสั่งลูกน้องให้ทำเอง ดังนั้นก็ขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว เพราะเป็นนายสั่งลูกน้อง ก็ต้องทำ ไม่มีการเรียกเงิน โดยที่เอาถุงคลุมหัวเพื่อไม่ให้คนตายเห็นหน้าตนเท่านั้นเอง

“เป็นครั้งแรกที่ทำแบบนี้”

แต่เมื่อผู้ต้องหาเสียชีวิต ตนก็ตกใจ ทีแรกดูเหมือนว่าเขาสลบไป จับชีพจรก็ดูอ่อน จึงให้ลูกน้องปั๊มซีพีอาร์ช่วยชีวิต เอาน้ำมาสาดให้เขาตื่น ตอนนั้นทำอะไรไม่ค่อยถูก เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ตอนแรกคิดว่าคนตายแกล้งด้วยซ้ำไป หลังเกิดเหตุได้คุยกับแฟนคนตาย พบว่าผู้เสียชีวิตเสพยาเยอะ นอนน้อย ดังนั้นอาจเป็นได้ว่าจุดจบของชีวิตเกิดจากการเสพยา หลังเกิดเรื่องก็ได้แจ้งพ่อผู้ตาย และมีการปรึกษาทีมงาน พร้อมมอบเงินค่าทำศพไปให้ 3 หมื่นบาท

“ผมยอมรับว่าผิด ศาลตัดสินอย่างไร ก็จะยอมรับ แต่ไม่มีเจตนาฆ่าน้อง แค่ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนเท่านั้น”

ทั้งนี้เจ้าตัวได้กล่าวขอโทษพี่น้องประชาชนทุกคน ย้ำว่าตนตั้งใจทำงานจริง ๆ แต่มันพลาดไป ขอโทษคุณพ่อคุณแม่คนตาย พร้อมกราบขอโทษผบ.ตร.และองค์กรตำรวจ

“ตำรวจดี ๆ ยังมีอีกเยอะ”

ทั้งนี้เจ้าตัวเผยว่าไม่มีการตบทรัพย์ ส่วนทรัพย์สินทั้งหมดที่ตนครอบครองนั้น มีหลักฐานยืนยันการได้มาอย่างถูกต้องทุกอย่าง

“ผมตั้งใจทำงานให้กับคนนครสวรรค์มาโดยตลอด ตอนที่รู้ข่าวการจับยาจากลูกน้องก็พบว่ายามันเยอะ มีลูกค้ารอซื้อ ผู้ขายจำนวนมาก จึงอยากทำงาน แต่เมื่อทำไปแล้วก็ยอมรับผิด แต่ไม่ได้เจตนา

ส่วนสาเหตุที่ถอดกล้องวงจรปิดนั้น ต้องเข้าใจว่าตอนเกิดเรื่อง เราเองก็ช็อก แถมอายุและประสบการณ์ยังน้อย จึงสั่งให้ถอดกล้องออกเอง เพราะกล้องบางตัวก็เสียด้วย จึงให้เอาออกไปซ่อม

แต่ไม่เคยทราบมาก่อนว่ามีกล้องวงจรปิดอยู่ในห้องเกิดเหตุด้วย

ตัดจบ

เวลา 22.00 น. พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร.ได้ตัดจบคำถามของสื่อมวลชน ย้ำว่ารายละเอียดอยู่ในสำนวน และมีคณะทำงานในคดีนี้แล้ว โดยมีผู้บังคับบัญชาหลายหน่วยงาน โดยจะพาผกก.โจ้ไปยังจ.นครสวรรค์วันนี้

“จะฆ่าตัวตาย” – เป็นตำรวจต้องมีเกียรติ

พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผบช.ภ.6 เผยว่าตนได้มีโอกาสพูดคุยกับผกก.โจ้ เมื่อคืนนี้ โดยตัวผกก.เผยว่าอยากจะฆ่าตัวตาย

“ตายแล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเหลืออะไร ถ้าเป็นลูกผู้ชายจริงต้องกลับมารับผิดชอบ มาชี้แจงสังคมจะดีกว่า ผิดก็ต้องรับผิด เป็นตำรวจต้องมีเกียรติ”

รองผบช.ภ.6 ตอบกลับหลังผกก.โจ้ได้ฟังประโยคนี้ เจ้าตัวจึงนัดให้มีการไปรับที่จ.ชลบุรี โดยตอนเที่ยงวันนี้ก็มีโทรศัพท์มาถึงพล.ต.ต.เอกรักษ์แจ้งว่า “พี่จะมารับผมเปล่า” เมื่อได้รับการยืนยัน ก็มีการนัดหมายว่าตอนสี่โมงเย็นให้พล.ต.ต.เอกรักษ์มายืนรอหน้าสภ.แสนสุข จ.ชลบุรี โดยย้ำว่าให้มาคนเดียวอย่าพกอาวุธมาเด็ดขาด

เมื่อถึงเวลา 16.15 น. ก็มีรถเก๋งสีขาวขับมาจอดหน้าสภ.แสนสุข แล้วมีคนลงจากรถ พร้อมพูดกับตนว่า “พี่ครับ ผม โจ้” ก่อนที่รถคันนั้นจะกลับไป ทางพล.ต.ต.จึงพาอดีตพ.ต.อ.ไปลงบันทึกประจำวันที่โรงพัก ก่อนพาตัวมากองปราบปรามและแถลงข่าววันนี้

“ส่วนจะหลบหนีไปต่างประเทศไหม อยู่ระหว่างการสอบสวนต่อไป”

หลังแถลงข่าวเสร็จ สื่อมวลชนก็ไปรอถ่ายภาพผกก.โจ้ เวลา 22.20 น. ผู้ต้องหาใส่หมวกแก้ปสีฟ้า เสื้อยืดสีเขียว ใส่แมสก์ขาวถูกคุมตัวโดยตำรวจพาตัวไปนครสวรรค์ ท่ามกลางคำถามของสื่อมวลชนจำนวนมาก

แต่ไร้คำตอบของอดีตผกก.คนนี้ ชวนให้นึกถึงคำพูดของเจ้าตัวที่ดังก้องมาในโทรศัพท์มือถือว่า

“ตำรวจดี ๆ ยังมีอีกเยอะ”