Old Journalist never dies

“มันอาจแย่ที่สุด…กระนั้นเราก็ยังลงมือทำ แต่มันจะเลวร้ายที่สุดหากเราไม่ทำอะไรเลย”

ประโยคข้างบนนี้เป็นของ Fritz Gerlich นักหนังสือพิมพ์ของเยอรมัน เขาถือกำเนิดในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 เห็นความเปลี่ยนแปลงของประเทศหลายอย่าง และทันเห็นการล่มสลายของประเทศที่รักใต้ร่มเงาเผด็จการนาซี พร้อมกับได้เห็นจุดจบของชีวิตตัวเองอย่างแสนเศร้า

Fritz Gerlich เป็นนักหนังสือพิมพ์ที่หัวก้าวหน้า เป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยมสายก้าวหน้า เขาไม่ปรารถนาความสุดโต่งของฝ่ายซ้ายและขวา ไม่เห็นด้วยกับพรรคคอมมิวนิสม์ ไม่เห็นด้วยกับพรรคนาซี และแน่นอนไม่เห็นด้วยกับกลุ่มต่อต้านชาวยิว ที่จริง Fritz Gerlich ต้องการรื้อฟื้นระบอบกษัตริย์ในเยอรมันด้วยซ้ำไป

แม้จะเป็นฝ่ายขวา แต่เขาก็เป็นฝ่ายขวาก้าวหน้า ไม่ใช่ขวาสุดโต่งอย่างพลพรรคนาซี

ปี 1920 Fritz Gerlich มีโอกาสพบกับฮิตเลอร์ที่ปราศรัยประกาศว่า จะไม่ใช้วิธีการผิดกฎหมายในการเข้ามาเป็นรัฐฐาธิปัตย์โดยเด็ดขาด จริง ๆ ฮิตเลอร์ใช้คำว่า จะไม่ใช้วิธีการก่อกบฎโดยเด็ดขาด

แต่แล้วไม่นานฮิตเลอร์ก็ทำรัฐประหารโรงเบียร์ซึ่งล้มเหลว (เลียนแบบวิธีการรัฐประหารของมุสโสลินี) Fritz Gerlich เรียกการกระทำ ไม่ใช่สิ! เขาประณามการกระทำของฮิตเลอร์ครั้งนั้นว่า

“หนึ่งในการทรยศหักหลังครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์เยอรมัน”

ช่วงปี 1920-28 เขาเป็นบก.ใหักับนสพ. The Münchner Neueste Nachrichten (MNN) ซึ่งมียอดขาดสูงมากในทางใต้ของเยอรมัน ต่อมาหนังสือพิมพ์ฉบับนี้จะสืบต่อกลายมาเป็นนสพ.Süddeutsche Zeitung ที่ทำข่าวPanama papers อันโด่งดังนั่นเอง

บางครั้งตำนานกับปัจจุบันก็มีเส้นบางเชื่อมต่อร้อยโยงให้เห็นที่มา

Fritz Gerlich ยอดนักข่าวผู้ท้าทายระบอบนาซี

เมื่อเป็นบก.เขาเปิดฉากโจมตีฮิตเลอร์ ชี้แจงให้เห็นภัยของนาซี เขาอธิบายกับผู้อ่านว่า หากฮิตเลอร์และพลพรรคได้ขึ้นมามีอำนาจในเยอรมันจริง ๆ ความหายนะจะบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งต่อประเทศเพื่อนบ้าน ต่อในประเทศ มันจะเป็นระบบเผด็จการอันเลวร้ายอย่างสุด ๆ

การโจมตีของเขา ทำให้นาซีหันมาจับจ้องมอง และจุดแตกหักจริง ๆ ก็คือ การที่ Fritz Gerlich เขียนบทความว่า ฮิตเลอร์อาจมีส่วนในความตายของ Geli Raubal หลานสาวของฮิตเลอร์เอง (ว่ากันว่าผู้นำนาซีหลงหลานสาวตัวเองมาก และกักขังเธอไว้ในที่พัก ไม่ให้ออกไปไหน แต่เธอก็ยังได้กับคนขับรถฮิตเลอร์เอง ต่อมายิงตัวตาย ทางอัยการสงสัยว่าเหตุนี้เกิดขึ้นตามคำสั่งของฮิตเลอร์หรือไม่)

นักหนังสือพิมพ์ผู้นี้ถูกหมายหัวไว้แล้ว พลันที่นาซียึดอำนาจรัฐสำเร็จในวันที่ 30 มกราคม 1933 ปฏิบัติการกวาดล้างศัตรูทางการเมืองระลอกแรกก็เกิดขึ้น

9 มีนาคมปีเดียวกัน Fritz Gerlich ก็ถูกจับกุมตัวและถูกส่งไปยัง Dachau concentration camp ถูกกักขังเพราะใช้เสรีภาพในการพูดชี้ให้คนอ่านเห็นถึงหายนะเมื่อนาซีเรืองอำนาจ ผิดเพราะใช้เสรีภาพ ผิดเพราะพูดความจริง

เมื่อถึงคืนวันที่ 30 มิถุนายน 1934 ฮิตเลอร์ก็กระชับอำนาจตัวเองเป็นระลอกสอง คืนที่เรียกว่า “คืนแห่งมีดยาว” ที่ฮิตเลอร์กวาดล้างศัตรูการเมืองทั้งในพรรคและนอกพรรค เพื่อกระชับอำนาจให้เขาเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว

Fritz Gerlich ถูกฆาตกรรมในคืนนั้น มีการประกาศในวันต่อมา นสพ.ทั่วโลกลงข่าวความตายของเขา ยกเว้นสื่อในประเทศตัวเอง

ไม่เพียงFritz Gerlich เท่านั้นที่โดนจัดการ เพื่อนนักหนังสือพิมพ์ที่ต่อต้านฮิตเลอร์ถูกกวาดล้างไปเสียหมด ท่ามกลางเสรีภาพครั้งสุดท้ายที่นักหนังสือพิมพ์พยายามบอกคนอ่านว่า เยอรมันกำลังอยู่ภายใต้อุ้งมือของจอมมาร แต่ไม่สำเร็จ พวกเขาถูกจัดการฆ่าตายอย่างศัตรูของชาติ ตายอย่างไร้ค่า เพียงเพราะพวกเขากำลังพูดถึงความจริงที่ต่อมาได้รับการพิสูจน์ว่ามันไม่ตาย มันยังคงยืนเด่นตรงนั้น

เพียงแต่พวกเขาต้องตายเพราะความจริงที่พวกเขานำเสนอ

เราจะมีเสรีภาพไว้ทำไม หากไม่ใช้มันเพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เราจะเรียนรู้โลกเพื่อเปิดกะลาตัวเอง หรือจะเรียนรู้โลกแล้วเอากะลามาคลุมทับ

เราจะเป็นสื่อมวลชนด้วยเหตุใด เพื่อเสริมกะลาให้แข็งแกร่งขึ้น หรือเพื่อบอกโลกว่า เสรีภาพก็เหมือนอากาศหากขาดมันไปเราก็อยู่ไม่ได้ หากลดลงไปก็หายใจไม่ออก หากมีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดี เราก็จะสูดมันกันได้อย่างเต็มที่

และเหมือนลมหายใจ เหมือนอากาศ มันติดตัวเราแต่กำเนิด ใครก็ช่วงชิงไปไม่ได้

แม้กระทั่งความตาย…

-T-