เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(บช.ปส.) ตำรวจแถลงการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดนับสิบราย โดยมีของกลางยาบ้า 5.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 140 กิโลกรัม ยาอี(เอ็กซ์ตาซี่) 2.8 หมื่นเม็ด โคคาอีน 2 กิโลกรัม กัญชา 1.2 พันกิโลกรัม

คดีแรกจับกุมนายจิรเดช อิสิปรียา อายุ 39 ปี นายสมพร พิทักษ์วนากุล อายุ 35 ปี นายอนุเทพ แซ่ย่าง อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันมียาบ้าไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย จับกุมได้ที่ถนนพหลโยธิน หลัก กม.ที่390 ต่อเนื่องสี่แยกสลกบาตร ต.สลกบาตร อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร ได้ของกลางยาบ้า 5.3 ล้านเม็ด บรรจุในกระสอบปุ๋ยใส่ท้ายรถกระบะตู้ทึบ ภายหลังชุดจับกุมสืบทราบว่าจะมีเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดจากกลุ่มนายทุนจะเดินทางจาก ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยติดตามมาในลักษณะรถนำกับรถตาม เพื่อส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง จึงวางแผนสกัดจับนายจิรเดช ได้ที่ถนนพหลโยธิน หลัก กม.390 ก่อนตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือได้ที่สี่แยกสลกบาตรพร้อมของกลางยาบ้า ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีพร้อมขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ

คดีที่ 2 จับกุมนายธีรพันธ์ คงศรี อายุ 31 ปี และนายจักรกฤษณ์ แสงมณี อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันหลบหนีโดยมีกัญชาไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางกัญชาอัดแห้ง 1,000 กก.ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อนายธีรพันธ์ ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ และจับกุมได้บนถนนชนบท ต.ฝาละมี อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ส่วนนายจักรกฤษณ์ ถูกจับกุมที่มัสยิดบางม่วง

สืบเนื่องจากตำรวจขยายผลการตรวจยึดกัญชากว่า 1,000 กก.ใน จ.อุดรธานี จนทราบว่ามีนายธีรพันธ์ เป็นผู้ต้องหาในเครือข่าย เมื่อพบตัวขณะขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน 1ฒฆ 5022 กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้น แต่คนร้ายไม่ยอม และขับรถชนรถตำรวจเสียหาย 2 คัน ชุดจับกุมจึงติดตามไล่ล่าจนนายธีรพันธ์ ขับรถเสียหลักตกข้างทาง เมื่อตรวจค้นภายในรถดังกล่าวพบกัญชาของกลางกว่า 1,000 กก.ตำรวจจึงขยายผลจับกุมคนขับรถนำ คือนายจักรกฤษณ์ พร้อมรถโตโยต้า วีออส ทะเบียน ญถ 1748 กรุงเทพฯ สอบสวนผู้ต้องหารับว่าจะนำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าในภาคใต้

ทั้งนี้ยังมีนายปัฐวี คงศรี ผู้ต้องหาอีกรายที่ขับรถกระบะโตโยต้า รีโว ทะเบียน 4 กธ1825 กรุงเทพฯ เป็นรถคุ้มกันสามารถหลบหนีไปได้ แต่เจ้าตัวได้จอดรถทิ้งไว้ในมัสยิดบางม่วง ตำรวจจึงยึดไว้เป็นของกลางก่อนติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป

คดีที่ 3 จับกุมนายมณฑล หรือฮีม งามมานะ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาในคดีมีไว้ในครอบครอง และนำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีกัญชาไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 50 ซอยอนามัย ถ.ศรีนครินทร์ แขวงและเขตสวนหลวง 

ภายหลังตำรวจได้รับแจ้งว่ามีพัสดุต้องสงสัยส่งมาจากประเทศเยอรมนี จึงไปตรวจสอบพัสดุที่ศูนย์คัดแยกไปรษณีย์ย่านอ่อนนุช แขวงและเขตประเวศ กรุงเทพฯ พบยาอี หรือเอ็กตาซี่ 7.3 พันเม็ด ซ่อนในถุงขนมขบเคี้ยว จึงขยายผลไปถึงที่อยู่ปลายทางก่อนจับกุมได้นายมณฑล ได้ที่บ้านพักดังกล้าวพร้อมกัญชา 5 กรัม กับอุปกรณ์การเสพ สอบสวนเจ้าตัวรับว่าได้สั่งยาเสพติดผ่านดาร์กเว็บและชำระเงินผ่านเงินสกุลดิจิตัล จึงจับกุมพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี 

คดีที่ 4 จับกุมนายเอฟเจนี่ เซอกีฟ ชาวรัสเซีย อายุ 33 ปี ผู้ต้องหามียาเสพติดประเภท 1 ไว้ครอบครองและนำเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 2 เพื่อจำหน่ายฯ จับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมย่านสามเสนใน 

ภายหลังตำรวจตรวจพบพัสดุต้องสงสัยส่งมาจากประเทศเยอรมนี ภายในมียาอี 1.5 พันเม็ด ซ่อนมาในถุงกาแฟคั่ว ก่อนขยายผลจับกุมนายเอฟเจนนี่ และพบโคคาอีน 60 กรัม ภายในห้องพักคอนโดดังกล่าว จึงจับกุมส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

นอกจากนี้ยังจับกุม 4 ผู้ต้องหาที่ลอบสั่งซื้อยาอีกว่า 2 หมื่นเม็ด โดยส่งพัสดุมาจากประเทศเยอรมนีเช่นเดียวกัน จึงขยายผลตามจับกุมผู้ต้องหาได้ที่คอนโดมิเนียมย่านนวมินทร์-ศรีบูรภา จึงแจ้งข้อหามียาเสพติดประเภท 1 ไว้ครอบครองและนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ดำเนินคดีต่อไป

คดีที่ 5 จับกุมนายอาชา แลเฉอะ อายุ 52 ปี นายอาเต๋อ ลาหู่นะ อายุ 26 ปี และนายรัตนชาติ สมบัติสุขสกุล อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันหลบหนีโดยมีไอซ์และเคตามีนไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางไอซ์ 140 กก.เคตามีน 30 กรัม ซึ่งตำรวจสืบทราบว่า กลุ่มยาเสพติดชาวเขาเผ่าอาข่า ใน อ.แม่จัน จ.เชียงราย จะนำยาเสพติดในภาคเหนือมาพักใน จ.ปทุมธานี แต่ระหว่างนั้นจะนำยาเสพติดมาส่งที่ร้านเคเอฟซี สาขาปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน ต.บ้านกลาง จ.ปทุมธานี โดยทิ้งไอซ์ไว้ 40 กก.แล้วขับหลบหนีไป ตำรวจจึงขยายผลจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนี้ได้ที่บ้านพักใน ม.บุษบา ต.บ้านกลาง ต.ปทุมธานี พร้อมของกลางไอซ์อีก 100 กก.

คดีที่ 6 จับกุมนายอมรเทพ สำเภาแก้ว อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันหลบหนีโดยมียาบ้า,ไอซ์ ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย จับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี พร้อมของกลางยาบ้า 4 หมื่นเม็ดและไอซ์ 500 กรัม ภายหลังสืบทราบว่านายอมรเทพ จะลอบนำยาเสพติดจากชายแดนภาคเหนือมาพักรอที่ อ.อินทร์บุรี โดยพบผู้ต้องหากับพวก ขี่จักรยานยนต์หิ้วถุงกระดาษมาวางริมถนนใกล้วัดหนองสุ่ม ตรวจสอบพบยาบ้าดังกล่าว ก่อนไปตามจับนายอมรเทพ ขณะรอรับเงินค่ายาที่ปั๊มน้ำมัน เมื่อตรวจสอบพบว่านายอมรเทพ เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญในภาคกลาง และมีหมายจับศาลอาญาติดตัวในคดีสบคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และร่วมกันมียาบ้าไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ทั้งนี้ตำรวจยังตรวจยึดยาบ้ากว่า 2 แสนเม็ด ได้ในวัดสร่างโศก อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี หลังสืบทราบว่าเครือข่ายยาเสพติดใน จ.สระบุรี นัดหมายส่งยาเสพติดให้ลูกค้าในพื้นที่ แต่คนร้ายไหวตัวทันจึงทิ้งยาเสพติดไว้ที่ต้นไม้หน้าห้องน้ำวัดดังกล่าว พบยาบ้า 100 มัด รวม 2 แสนเม็ด จึงยึดไว้ขยายผลต่อไป