ตามตะวัน

หลังจากที่มีประกาศจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวเปิดให้มีการศึกษาธรรมชาติและพักค้างแรมในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบริเวณเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาว ก่อนหน้านี้เราต่างก็รู้กันอยู่แล้วว่าดอยหลวงเชียงดาวแห่งนี้ได้เกิดวิกฤติไฟป่า มีการสั่งปิดเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติดอยหลวงเชียงดาวมากว่า 6 เดือน เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศน์ หลังเกิดสถานการณ์ไฟป่ารุนแรง และนี่จึงทำให้ “ดอยหลวงเชียงดาว” กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง

ผมตามตะวัน ยังคงอยู่เฉยไม่ได้ ขอออกเดินทางอีกครั้งถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ขอแค่ได้ออกเดินทางไปพบเจอประสบการณ์ที่ท้าทายตัวเองอีกครั้งก็มีความสุขแล้ว จะว่าไปนี่ก็เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ผมมาดอยหลวงเชียงดาวแห่งนี้ แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนครั้งก่อน ที่เราเคยมีเพื่อนมากันเป็นกลุ่ม แต่ซึ่งครั้งนี้ผมได้ลองเดินทางมาคนเดียว และก็หวังว่าจะได้พบเจอผู้คนเพื่อนใหม่คนแปลกหน้าที่ชอบในเรื่องราวในแบบเดียวกับผม การเดินทางครั้งนี้ผมเลือกเดินทางมาในวันธรรมดาเพราะคนไม่เยอะ ดอยหลวงเชียงดาวแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นดอยที่สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีความสูงอยู่ที่ 2,225 เมตร จากระดับน้ำทะเล

ดอยหลวงเชียงดาวครั้งนี้นำพาผมมาพบเจอเพื่อนใหม่ในช่วงเวลาไม่นาน ระหว่างทางเดินเราได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของแต่ละคนที่ได้พบเจอกันมา เราแนะนำตัวกันไปพร้อมกับเสียงลมหายใจที่ดังถี่ขึ้น บางคนทำงานเป็นแอร์โฮสเตส บางคนเป็นนักธุกิจอสังหาริมทรัพย์ บางคนเป็นพยาบาล ผมได้แต่แอบคิดเหมือนกันตรงคนที่เขามีสายงานอาชีพดีๆ จะมาลำบากแบบนี้เหมือนคนอย่างผมไปทำไม และคำตอบที่ได้มาก็ดูจะคล้ายๆ กันแทบทุกคน ที่บอกผมเป็นเสียงเดียวกันว่า คนเราชอบอะไรไม่เหมือนกัน บางคนเห็นเรามาเดินแบบนี้ ลำบากแบบนี้ เสียเงินมาทำอะไรแบบนี้ไปทำไม

ก็เพราะความสุขไง ความสุขที่ได้มาทำอะไรที่มันท้าทายใจตัวเอง มาผจญภัยด้วยตัวเอง เอาชนะใจตัวเอง และยังมาพบเจอคนแบบพวกเราไง เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว เราทุกคนหันมามองหน้ากัน ยิ้มให้กัน ผมแอบดีใจที่มีคนคิดแบบเดียวกับเรา เวลาผ่านไปแค่ไม่นานผมรู้สึกถูกชะตากับเพื่อนกลุ่มนี้เข้าจริงๆ

การเดินทางครั้งนี้ก็เหมือนทุกครั้งที่ทำให้ผมได้เจอเพื่อนใหม่ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รวมไปถึงการที่ต้องกล้าไว้ใจคนแปลกหน้า อาจจะไม่มากก็น้อย ขอบคุณมิตรภาพดีๆตลอดเส้นทาง

ถึงจุดตั้งแคมป์ เราต่างแยกย้ายกันไปหาที่ปักหลักปักฐานของแต่คนละคน แล้วค่อยขึ้นไปบนยอดดอยหลวงเชียงดาวดูพระอาทิตย์ตกดิน แต่สำหรับผมวันนี้ร่างกายดูจะไม่ค่อยสู้ไหวเนื่องจากคืนที่เดินทางแทบจะนอนไม่หลับบวกกับสภาพอากาศตอนนี้ที่หนาวเอาเรื่อง เอาเป็นว่าผมขอไปเช้ามืดของวันรุ่งขึ้นดูแสงแรกบนยอดดอยจะดีกว่า

ในเช้ามืดของวันรุ่งขึ้น ผมรีบตื่นตั้งแต่ตี 04.30 น.เพื่อไม่ให้พลาดโมเม้นสำคัญมุ่งหน้าสู่ดอยหลวงเชียงดาวและหวังจะขึ้นไปเห็นแสงแรกบนยอดดอย ต้องใช้เวลาเดินเท้า 30-45 นาที ลักษณะทางขึ้นยอดดอยนั้นเริ่มจากทางราบผ่านพงหญ้าสูงแล้วจึงเป็นทางชันที่ต้องเกาะหินดึงตัวขึ้นไปเป็นระยะๆ ต้องใช้ความระมัดระวังมากพอสมควร ทางเดินไปที่ยอดค่อนข้างมืดและลื่นบวกกับสภาพร่างกายยังไม่ตื่นตัวเต็มที่มันจึงทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าตอนเดินขึ้นมายังจุดตั้งแคมป์  เมื่อแสงแรกยามเช้าเริ่มสาดส่องมาและแล้วธรรมชาติก็มอบรางวัลให้เราอีกครั้ง ทะเลหมอกที่แผ่กระจายปกคลุมไปทั่วทั้งผืนป่า ผมว่านี่คือผลกำไรของความเหน็ดเหนื่อยความยากลำบากแต่ไอ้ที่เหนื่อยๆ มาลืมไปหมดเลยพออยุ่บนนี้มันคุ้มค่ากับภาพที่ได้เห็น

สำหรับผมเป้าหมายของการเดินทางถูกกำหนดขึ้นทุกครั้งก่อนการออกเดินทางแต่สิ่งที่มีเสนห์ไปกว่าเป้าหมายของการเดินทางและไม่สามารถกำหนดได้คงจะเป็นเรื่องราวระหว่างทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวผมเริ่มหลงรักการท่องเที่ยวคนเดียวแบบไม่รู้ตัว ..