เป็นไปตามหลักเกณฑ์ไม่พอใจทำไมไม่มาพบ ไปเดินสายแฉทำไมย้อนมีวินัยหรือไม่

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 ม.ค.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ต.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ ผบก.ทพ. พร้อมด้วยพ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ชี้แจงประเด็นที่ พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รองผบก.อก. บช.ภ.9 อดีตรองผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 กรณีใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้ายโดยอย่างไม่เป็นธรรม

โดยพล.ต.ต.เดชากล่าวว่า กรณีที่ พ.ต.อ.ไพรัตน์ ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตนั้น เดิมพ.ต.อ.ไพรัตน์ เดิมที่ดำรงตำแหน่ง รองผบก.ภ.จว.เพชรบุรี เมื่อวาระ 60 ต่อมาวาระ 62 ได้แต่งตั้งไปเป็น รองผบก.อก. บช.ภ.9 เป็นการแต่งตั้งพิจารณาตามความเหมาะสมของผู้บังคับบัญชา 

ข้อเท็จจริงเบื้องต้น พ.ต.อ.ไพรัตน์ มีเรื่องถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการ การแต่งตั้งครั้งนี้จึงเป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์อยู่แล้ว 

สำหรับประเด็นการแต่งตั้งครั้งสุดท้ายไม่ครบ 2 ปี ตามกฎ ก.ตร. ไม่ได้กำหนดเรื่องนี้ไว้แล้ว เป็นแนวทางที่ ผบ.ตร.วางหลักไว้ว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ หากดำรงตำแหน่งไม่ครบ 2 ปี ให้มีเหตุผลความจำเป็นในการแต่งตั้งทุกรายซึ่งในการแต่งตั้งวาระต่างๆ ที่ผ่านมา ก็ได้มีการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้ายไม่ครบ 2 ปี ตามเหตุผลความจำเป็นที่มีการเสนอมา 

เมื่อการแต่งตั้งเสร็จสิ้นลง ข้าราชการตำรวจรายใดที่เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถใช้สิทธิ์ร้องทุกข์ต่อ ก.ตร. ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 106 ได้ 

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ทางผบ.ตร. เป็นบุคคลสาธารณะอยู่ในตำแหน่งเข้าปีที่ 5 แล้ว ก็พร้อมที่จะรับการตรวจสอบ การฟ้องร้องกันเป็นเรื่องธรรมดาไม่ได้ติดใจอะไร เพราะท่านเป็นผู้นำองค์กร แต่สิ่งที่อยากจะฝากถึง พ.ต.อ.ไพรัตน์ กรณีที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าถูกกลั่นแกล้งในการแต่งตั้งโยกย้าย ก็ต้องถามกลับไปว่าความประพฤติตนเองที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2544 สมัยเป็นสารวัตร จนล่าสุดปี 2560 เกี่ยวข้องกับการเรี่ยไร ขายบัตรกิจกรรมดนตรี อ้างว่าเป็นรายได้มาใช้ในกิจการสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ทำไมไม่พูดออกมาบ้าง 

ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจรอง ผบก.-ผกก. มีตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งกว่า 2,500 ตำแหน่ง หลังคำสั่งมีผลเมื่อ 16 ธันวาคม 2562 เวลาล่วงเลยมากว่า 1 เดือน ทำไมเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม มันมีการรอรับฟังสัญญาณอะไรหรือไม่ ถึงได้ออกมาช่วงนี้ 

การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจผู้มีอำนาจ ไม่ได้ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ใช้อำนาจที่กฎหมายให้เอาไว้เท่านั้น การแต่งตั้งผู้ที่ทำหน้าที่ก็จะนำข้อมูลมาประกอบและพิจารณาไปตามเนื้อผ้า บางคนที่เคยทำผิดวินัย ผิดกฎหมายอาญา ก็แต่งตั้งไปในที่ไม่ได้สัมผัสกับประชาชน ซึ่งหลังคำสั่งออกกว่า 1 เดือน มีคนที่เดินทางมาพบ ผบ.ตร. เพื่อมาถามว่าทำไมจึงถูกย้าย ทาง ผบ.ตร. ก็ได้เยียวยา โดยให้ไปช่วยราชการตามที่ต่างๆ ทำไม พ.ต.อ.ไพรัตน์ จึงไม่มาพบ ผบ.ตร. แต่กลับไปเดินสายเปิดเผยข้อมูล เปิดก็เปิดไม่หมด มีวินัยหรือไม่  ทั้งนี้ที่มีสื่อพยายามโยงเรื่องนี้กับพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาลนั้น มันไม่เกี่ยวข้องกัน

ด้านพล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า กำลังพิจารณาในการฟ้อง พ.ต.อ.ไพรัตน์ ที่กล่าวพาดพิงตน รวมถึงสื่อมวลชนที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งมีหลักฐานยืนยันว่าทั้งสองเรื่องไม่ใช่การกลั่นแกล้งเป็นการดำเนินการไปตามกฏหมาย โดยเฉพาะข้อร้องเรียนเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง คดีนี้ศาลยกฟ้องไปแล้วที่ พ.ต.อ.ไพรัตน์ ฟ้องร้องคดีที่ถูกตั้งกรรมการสอบกรณีจัดกิจกรรมดนตรีในพื้นที่ จ.ภูเก็ตให้ทีมงานจำหน่ายบัตรชมกิจกรรมให้ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ โดยมีพฤติกรรมข่มขู่บีบบังคับ ล่อลวงขู่เข็ญ ให้ซื้อบัตรเข้าชม หลังมีคำสั่งออกไปพ.ต.อ.ไพรัตน์กลับฟ้องตนและพวกและ ตร.ในข้อหาละเมิด ซึ่งศาลแพ่งมีคำสั่งพิพากษายกฟ้องเมื่อ 24 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา