วันที่ 19 พฤษภาคม ครอบครัวผู้เสียชีวิตวัย 20 ปี และเยาวชน อายุวัย 16 ปีซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟฟ้าดูด ขณะที่กำลังเคลื่อนย้ายซากเครื่องบินจากจังหวัดชลบุรีไปจังหวัดนครสวรรค์  ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กับนางปวีณา หงสกุลประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี 

โดยผู้บาดเจ็บเปิดเผยว่า ตนทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง เป็นคลังสินค้าเก็บซากเครื่องบิน ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในสนามบินดอนเมือง ตนทำงานมาได้ประมาณ 4 เดือน กระทั่งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายจ้างได้สั่งให้ไปขนย้ายซากเครื่องบินจากจังหวัดชลบุรีไปที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยใช้รถเทรลเลอร์ 2 คัน และ รถ 12 ล้อ อีก 1 คัน ขนไปพร้อมคนงานทั้งหมด 8 คน โดยนางจ้างกับเลขานุการได้นั่งไปด้วย เมื่อถึงทางเข้าที่เก็บซากแถวพยุหะคีรี รถที่ขนซากเครื่องบินเกิดติดสายไฟทำให้รถไม่สามารถวิ่งผ่านไปได้ ทางนายจ้างจึงให้ตน และ คนงานอีก 3 คนรวมเป็น 4 คน  คือ ใช้ไม้เขี่ยและใช้ผ้าจับสายไฟเอก จึงมีคนถูกไฟดูดอยู่ในสภาพไหม้มีแผลพุพองทั่วตัว ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตส่วนตนเองมีแผลไหม้บริเวณเอว และขาอ่อน สำหรับที่ต้องทำตามที่นายจ้างสั่งเพราะหากไม่ทำตามนายจ้างจะขู่ โดยใช้อาวุธปืน ทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะมีปากเสียงด้วย 

ป้าผู้ตายบอกว่า ตอนทราบข่าวตกใจมากทำอะไรไม่ถูก เลยถามไปว่าแล้วจะทำอย่างไร นายจ้างตอบกลับมาเพียงแค่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง จะจัดการทุกอย่างให้ เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน ในวันที่มารับศพหลานชาย นายจ้างได้มอบเงินให้จำนวน 20,000 บาท บอกเป็นช่วยค่างานศพ แต่จากนั้นไม่มีการติดต่อมาอีกเลย จนกระทั่งตนติดต่อไปอีกครั้งนายจ้างให้เลขานุการโอนเงินมาให้อีก 10,000 บาท โดยอ้างว่าจะรับไปแค่นี้ก่อน เดี๋ยวจะนำมาให้อีกแต่กลับเงียบหายไป กระทั่งวันเผาศพลูกชายนายจ้างก็ไม่เคยเดินทางมาร่วมงาน แต่ให้ทางเลขามาแทนและก็ไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องของสินไหมทดแทนด้วย

ด้านนางปวีณาเปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ประสานงานกับกรมคุ้มครองสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน ช่วยเหลือในส่วนที่ยังไม่ได้รับเงิน ในเรื่องของประกันสังคม ทางกรมแรงงานจะเรียกเจ้าของบริษัททำการเปิดประกันสังคมและมีการนำเงินช่วยเหลือเยียวยา ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

มีรายงานว่า นายจ้างคนดังกล่าวเคยเป็นอดีตทหารเก่า มักจะพกปืนและข่มขู่ลูกน้อง อีกทั้งเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการข่าวการขนซากเครื่องบินที่บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต แต่ไม่สามารถเคลื่อนย้านได้เนื่องจากติดสะพานลอย จนทำให้เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายต้องมาช่วยกันเคลื่อนย้าย โดยคาดว่าน่าจะเป็นบริษัทเดียวกันทำงานเพราะว่าคลังซากเครื่องบินที่อยู่ในสนามบินดอนเมืองนั้น มีแค่บริษัทเดียวเท่านั้นที่ดำเนินการ